12 เหตุผลที่คุณควรเปลี่ยนมากิน “ข้าวไรซ์เบอร์รี่”

 

กระแสข้าวไรซ์เบอร์รี่กำลังมาแรง และเราก็ยินดีที่จะให้กระแสนี้อยู่ด้วยกันกับคนไทยไปนานๆ เพราะของดีของเด็ดอยู่ในมือคนไทยแล้ว ไม่อยากให้คนไทยต้องเสียเงินไปซื้ออาหารเสริมอื่นๆ ให้เปลืองเงิน เพราะข้าวดีๆ ในบ้านเราทั้งรสชาติดี และมีประโยชน์มากเสียจนเราไม่อยากให้พลาด

เรามาดูกันดีกว่าว่า ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ที่ได้มาจากการผสมข้ามพันธุ์ระหว่างข้าวเจ้าหอมนิล กับข้าวขาวหอมมะลิ 105 มีประโยชน์อย่างไรต่อร่างกายบ้าง

12 เหตุผลที่คุณควรเปลี่ยนมากิน “ข้าวไรซ์เบอร์รี่”

1.มีโอเมก้า 3 ที่ช่วยในการทำงานของระบบประสาท สมองและตับ

2.ลดไขมัน คอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ในหลอดเลือด

3.กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้กับผิว ให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง สดใส

4.ลดอัตราเสี่ยงของโรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือดสมอง และหัวใจ

5.ป้องกันโรคเหน็บชา

6.มีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยลดเความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็ง

7.แก้ท้องเสีย ท้องร่วง

8.ป้องกันจอประสาทตาเสื่อม

9.ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ

10.ลดระดับน้ำตาลในเลือด จึงช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวาน

11.ลดความดันโลหิตสูง

12.มีกากใยอาหาร ที่เป็นประโยชน์ต่อระบบการขับถ่าย

วิธีการหุงข้าวไรซ์เบอร์รี่ให้อร่อย

ปกติแล้วข้าวไรซ์เบอร์รี่มักจะสีในแบบที่ยังมีเยื่อหุ้มเมล็ดติดมาด้วย ดังนั้นจึงอาจทำให้เวลาหุงข้าวไรซ์เบอร์รี่แล้วดูไม่ค่อยฟูขึ้นหม้อเท่าที่ควร และข้าวอาจจะไม่นุ่มมากเท่าข้าวขาว

ใครที่ไม่คุ้นชินกับรสชาติของข้าวไรซ์เบอร์รี่ในช่วงแรกๆ อาจผสมหุงกับข้าวหอมมะลิอัตราส่วน 1:1 หรืออาจจะลองใส่น้ำในอัตราส่วน 1:2 ก็ได้ แล้วหม้อที่ใช้หุงด้วยค่ะ

หรือจะลองแช่ข้าวในน้ำก่อน 2-3 ชั่วโมงแล้วค่อยหุง ก็จะได้ข้าวไรซ์เบอร์รี่ที่นุ่มขึ้นมาก

ลองหาข้าวไรซ์เบอร์รี่มาทานกันดูนะคะ รับรองว่าได้ประโยชน์ดีๆ พร้อมกับรสชาติอร่อยๆ ทานเท่าไรก็ไม่มีวันเบื่อแน่นอน

“สมูทตี้” อาจไม่ใช่เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ

 

 

นักโภชนาการชาวอังกฤษพบว่า การดื่ม “สมูทตี้” หรือน้ำผลไม้ปั่น และรับประทานโยเกิร์ตไขมันต่ำ อาจทำให้คุณยิ่ง “อ้วน” กว่าเดิม จากน้ำตาลที่มีอยู่มากอย่างไม่น่าเชื่อ

นางสาว แคทเธอรีน แมธทิวส์ หนึ่งในทีมนักโภชนาการของ “เทสโก้” เครือบริษัทซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้าปลีกรายใหญ่จากอังกฤษ กล่าวว่า จริงอยู่ที่น้ำผลไม้และน้ำผักคั้นสดอุดมด้วยวิตามินและเกลือแร่ แต่ก็เต็มไปด้วยน้ำตาลเช่นกัน และน้ำเพื่อสุขภาพเหล่านี้บางชนิดอาจมีน้ำตาลมากกว่าน้ำอัดลมเสียอีก

แมทธิวส์ยกตัวอย่างสมูทตี้รสมะม่วง ที่ประกอบด้วยเนื้อมะม่วงสุก สับปะรด และกล้วย ที่ไม่น่าเชื่อว่าเพียง 100 มิลลิลิตร จะมีน้ำตาลมากถึง 15.7 กรัม เมื่อเทียบกับน้ำอัดลมในปริมาณเท่ากัน ที่มีปริมาณน้ำตาล 10.6 กรัม หรือเปรียบเทียบให้ชัดกว่านี้ คือสมูทตี้ 330 มิลลิลิตร ให้พลังงาน 150 กิโลแคลอรี ขณะที่น้ำอัดลมปริมาณ 300 มิลลิลิตร ให้พลังงาน 139 กิโลแคลอรี

นอกจากนี้ สมูทตี้รสบลูเบอร์รีผสมทับทิม 250 มิลลิลิตร ให้พลังงาน 171 กิโลแคลอรี มีน้ำตาลมากถึง 34.3 กรัม ถือเป็นปริมาณน้ำตาลเท่ากับการรับประทานโดนัทเคลือบน้ำตาลขนาดปกติ 3 ชิ้นครึ่ง
ขณะที่โยเกิร์ตไขมันต่ำ บิสกิตและขนมปังกรอบที่มีการโฆษณาว่า เหมาะสำหรับการควบคุมน้ำหนักนั้น แท้จริงแล้วให้พลังงานมากกว่าผลิตภัณฑ์เดียวกันที่มีรสชาติปกติ เนื่องจากการสกัดไขมันออกทำให้ผู้ผลิตต้องเพิ่มน้ำตาลเข้าไป เพื่อไม่ให้รสชาติเปลี่ยน

ข้อมูลของศูนย์วิจัยเทสโก้สอดคล้องกับรายงานของสมาคมควบคุมโภชนาการของอังกฤษ ที่เสนอรายงานก่อนหน้านี้ว่า การดื่มน้ำผลไม้บางชนิดอาจทำให้ฝันผุได้ เนื่องจากกรดผลไม้สามารถทำลายเคลือบฟัน
อย่างไรก็ตาม แมทธิวส์ยืนยันผลการศึกษาที่ออกมา ไม่ได้หมายความว่า การดื่มสมูทตี้ รับประทานโยเกิร์ต และขนมปังไขมันต่ำเป็นสิ่งไม่ดี แต่หากเป็นไปได้ ผู้ที่ต้องการควบคุมหรือลดน้ำหนักอย่างจริงจัง ควรทำสมูทตี้ดื่มเองโดยไม่เพิ่มน้ำตาล นม หรือสารปรุงแต่งรสอื่นลงไป และรับประทานผักสดหรือผลไม้สด แล้วระหว่างให้วันดื่มน้ำเปล่าแทน แต่หากต้องการรับประทานขนมปัง ให้เลือกขนมปังธัญพืช 100% เนื่องจากขนมปังสีน้ำตาลหรือสีดำ อาจไม่ใช่ขนมปังเพื่อสุขภาพที่ “แท้จริง” เสมอไป

อากาศหนาวแบบนี้…ดูแลผิวยังไงดีนะ?

 

“ฤดูหนาว” คงเป็นฤดูกาลโปรดของใครหลายๆ คน แต่ถึงแม้หน้าหนาวอากาศจะดี ถูกอกถูกใจหลายๆ คน แต่สิ่งที่จะลืมไม่ได้เลยก็คือการดูแลสุขภาพ รักษาผิวให้สวยใส เนียนนุ่ม เพราะในช่วงฤดูหนาว อุณหภูมิจะลดลง ความชื้นในอากาศก็จะน้อยลง ทำให้อากาศรอบๆ ตัวเราแห้ง น้ำในผิวหนังจะระเหยผ่านผิวหนังออกมาสู่บรรยากาศ ดังนั้น คนที่ไม่ดูแลผิว ปล่อยปะละเลย จะเริ่มรู้สึกถึงความอาการคันยิบๆ ผิวลอกเป็นขุยขาวๆ หรือหนักสุดเลยก็คือปากแตกจนเลือดออกซิบๆ ซึ่งนอกจากจะดูไม่สวยงามแล้ว การปล่อยให้ผิวแห้งยังเป็นผลเสียต้อสุขภาพของเราด้วย ดังนั้นเรามาเรียนรู้การดูแลผิวในหน้าหนาวเสียตั้งแต่วันนี้ก็ยังไม่สายค่ะ
1 ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ ไม่ว่าจะฤดูหนาวหรือฤดูไหน ก็ควรควรดื่มน้ำให้ได้วันละ 1.5 – 2 ลิตร หรือ ประมาณ 8-10 แก้วต่อวัน เนื่องจากในหน้าหนาวอากาศจะแห้ง น้ำจึงระเหยออกจากผิวมากเป็นพิเศษ เพราะในช่วงที่มีอากาศหนาวจัด น้ำที่เราดื่มเข้าไปจะไม่ได้ถูกขับเป็นเหงื่อเลย จึงต้องขับออกมาทางปัสสาวะแทน จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมเวลาอากาศหนาวเราจึงฉี่บ่อยค่ะ ดังนั้นควรดื่มน้ำเยอะๆ เพื่อชดเชยน้ำที่สูญเสียไป ผิวจะได้ไม่แห้งเสียยังไงล่ะคะ เป็นวิธีดูแลผิวหน้าหนาวที่ไม่ยากเลยใช่ไหมค่ะ
2 ใส่เสื้อแขนยาวและกางเกงขายาว เพื่อลดการสัมผัสกับความแห้ง ผิวหนังจะได้ไม่สูญเสียความชุ่มชื้นไปมากกว่าเดิม และอย่าลืมทาโลชั่นหลังอาบน้ำทุกครั้งไม่ว่าจะตอนเช้าหรือก่อนเข้านอนนะคะ
3 หลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่น เข้าใจว่าอากาศหนาวๆ เจอน้ำเย็นเข้าไป ร่างกายเหมือนจะแตกเป็นเสี่ยงๆ แต่ก็ควรพยายามสลับอาบน้ำอุ่นกับน้ำเย็นบ้าง เป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับดูแลผิวหน้าหนาว เพื่อผิวจะได้ไม่แห้งกร้านจนเกินไป หรืออาจอาบน้ำที่อุณหภูมิประมาณ 30 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิกลางๆ ไม่เย็นและไม่ร้อนจนเกินไปค่ะ
4 หลีกเลี่ยงการอบซาวน่า ซาวน่าเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งในหน้าหนาวคือ เนื่องจากเป็นการดูดเอาความชุ่มชื้นที่มีอยู่ในผิวของเราให้หายไป ซึ่งในหน้าหนาวนั้นผิวหนังของเรานั้นต้องการความชุ่มชื้นมากเป็นพิเศษ ดังนั้นช่วงนี้ควรงดการอบซาวน่าไปก่อนจะดีกว่าค่ะ
5 ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า แน่นอนว่าไม่ว่าฤดูไหนเราก็ควรใช้ครีมบำรุงผิวอยู่แล้ว แต่ในฤดูหนาวนั้นหากผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าที่ใช้อยู่มีเนื้อบางเบา ขอให้เก็บเข้าตู้เย็นไปก่อน แล้วยอมลงทุนเพิ่มอีกหน่อย ซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเนื้อเข้มข้นหรือชนิดที่เป็นเนื้อครีมหนาๆ มาใช้ เพราะผลิตภัณฑ์บำรุงผิวแบบเนื้อครีมจะช่วยป้องกันน้ำระเหยออกจากผิวไดเป็นอย่างดี และควรเลือกปรนนิบัติผิวก่อน 4 ทุ่ม เพราะช่วงเวลาระหว่าง 3 – 4 ทุ่ม นั้น เซลล์ผิวจะทำงานซ่อมแซมตัวมันเอง แถมยังเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่ทาครีมแก้สิวในตอนกลางคืนอีกด้วย เพราะอุณหภูมิในตัวคุณจะสูงขึ้นราว 1-2 องศาเซลเซียส ซึ่งจะทำให้รูขุมขนเปิดกว้างขึ้น และทำให้เนื้อครีมที่คุณลูบไล้ลงบนผิวก่อนนอนซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ดีขึ้น และเพื่อช่วยให้เนื้อครีมซึมซาบได้ดียิ่งขึ้นไปอีก ให้ใช้น้ำอุ่นปะพรมบนใบหน้าก่อนหรือทำให้ครีมบำรุงอุ่นขึ้นด้วยการถูฝามือหลังป้ายเนื้อครีมแล้ว จากนั้นจึงค่อยลูบไล้ให้ทั่วผิวหน้า วิธีนี้จะทำให้ครีมบำรุงซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ดีที่สุด เป็นการดูแลผิวหน้าช่วงหน้าหนาวที่ได้ผลอย่างแน่นอนค่ะ
รู้เทคนิคการดูแลผิวหน้าหนาวไปแล้ว ก็อย่าลืมดูแลร่างกายจากภายใน โดยการทานผักผลไม้ งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ชา กาแฟ หลีกเลี่ยงแดด ลมแรง ใช้โลชั่นหรือครีมกันแดดสม่ำเสมอด้วยนะคะ ผิวสวยจะได้อยู่คู่กับเราไปนานๆ

ฮวงจุ้ยกับตู้ปลา

 

 

ตามความเชื่อของชาวจีน ฮวงจุ้ย หมายถึง ศาสตร์ของการจัดที่อยู่อาศัย ที่อาศัยความสัมพันธ์ของธาตุทั้งสี่ นั่นคือ ดิน น้ำ ลม ไฟ เชื่อกันว่าหากจัดบ้านให้ถูกต้องตามโฉลกแล้ว จะช่วยเสริมส่งให้เจ้าของบ้านเจริญรุ่งเรือง มีเงินทองไหลมาเทมา ปราศจากพลังร้ายทั้งปวง นอกจากการจัดวางสิ่งของทั่วไปภายในบ้านแล้ว สิ่งหนึ่งที่บ้าน และบริษัทต่างๆ นิยมใช้เพื่อตกแต่ง และผ่อนคลายสายตา ก็คือ ตู้ปลา หรือ บ่อเลี้ยงปลา นั่นเอง

การจัดตู้ปลาให้ถูกหลักฮวงจุ้ย เชื่อว่าจะช่วยดึงดูดเงินเข้าบ้าน ให้ผู้อยู่อาศัยเจริญรุ่งเรือง ร่ำรวยยิ่งๆ ขึ้นไป ซึ่งมีหลักง่ายๆ ดังนี้

1. รูปร่างของตู้ปลา

ลักษณะของตู้ปลาที่ดี ควรเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมยาว เป็นธาตุไม้ เชื่อว่าจะส่งเสริมให้เจ้าของบ้านเจริญก้าวหน้า เพราะน้ำจะช่วยให้ไม้เติบโต หรือว่าจะเลือกเป็นทรงกลมก็เป็นมงคลเช่นกัน เพราะทรงกลมจัดว่าเป็นธาตุน้ำ จะช่วยเสริมส่งพลังน้ำด้วยกันให้ดียิ่งขึ้น

ถ้าเป็นบ่อปลา หรือสระน้ำ ต้องมีลักษณะของโค้งมน ไม่มีเหลี่ยม หรือมุมแหลม ซึ่งมีลักษณะที่เป็นภัยกับเจ้าของบ้าน

2. การจัดวาง

ตำแหน่งของตู้ปลา บ่อปลา หรือสระน้ำ ก็มีความสำคัญมากเช่นเดียวกัน ควรจัดวางให้ตู้ปลา อยู่ในทิศที่ถูกกับธาตุน้ำ เช่น ทิศเหนือ ทิศตะวันออก และทิศตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งตามหลัก ฮวงจุ้ย ธาตุที่ประจำอยู่ตามทิศต่างๆ มีดังนี้

ธาตุน้ำ ประจำอยู่ทิศเหนือ

ธาตุดิน ประจำอยู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และตะวันตกเฉียงใต้

ธาตุไม้ ประจำอยู่ทิศตะวันออก และทิศตะวันออกเฉียงใต้

ธาตุไฟ ประจำอยู่ทิศใต้

ธาตุทอง ประจำอยู่ทิศตะวันตก และทิศตะวันตกเฉียงเหนือ

นอกจากจะตั้งตู้ปลาให้ถูกตามทิศแล้ว ถ้าเป็นทิศที่มีประตูใหญ่อยู่ด้วย จะถือว่าเป็นมงคลมาก เพราะประตูใหญ่นั้นเป็นจุดที่กระตุ้นการไหลเวียนของโชคลาภ ให้เงินทองไหลมาไม่ขาดสาย

ถ้าที่อยู่อาศัย หรือที่ทำงานตั้งอยู่ตรงทางสามแพร่งพอดี สามารถแก้ได้ด้วยการนำน้ำพุมาตั้งไว้บริเวณนั้น เพื่อลดความชั่วร้ายต่างๆ ที่จะเข้ามา ให้กระจายเป็นพลังที่ดี

3. ลักษณะที่ดีของตู้ปลา

ตู้ปลา หรือบ่อเลี้ยงปลา ควรมีการไหลเวียนของน้ำ ให้น้ำเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งตามหลักฮวงจุ้ย หมายถึง ลักษณะของเงินที่หมุนเวียนเข้ามาเรื่อยๆ

น้ำที่ใช้เลี้ยงปลา ควรจะใส สะอาด มองเห็นตัวปลา มองแล้วรู้สึกผ่อนคลาย และสบายใจ

4. เลี้ยงปลาอะไรดี

ปลาที่นิยมเลี้ยงกัน และถือว่าจะนำพาความร่ำรวย โชคดี และความเจริญต่างๆ มาให้ ได้แก่ ปลาเงินปลาทอง ปลาคาร์ฟ และปลาอะโรวาน่า หรือที่นิยมเรียกกันว่า ปลามังกรนั่นเอง

เมื่อเลือกชนิดของปลาที่จะเลี้ยงแล้ว ก็ควรเลือกปลาตัวที่มีลักษณะดีด้วย นั่นคือ ควรดูลักษณะการว่ายของปลา ไม่เลือกปลาที่ว่ายหัวทิ่ม นอกจากนี้ ควรพิจารณาสีสัน และรูปทรงของปลา ให้ดูแล้วสง่างามด้วย

จำนวนของปลาที่นิยมเลี้ยง คือ 1, 4 หรือ 9 ตัว ซึ่งถือว่าเป็นเลขมงคล จะเลือกเลี้ยงจำนวนเท่าใดก็ควรคำนึงถึงขนาดของตู้ปลา และธรรมชาติของปลาชนิดนั้นๆ ว่าชอบอยู่เดี่ยวๆ หรืออยู่รวมกันเป็นกลุ่ม

“เจอร์ราร์ด” ซูฮก “อิบรา” หลังระเบิดฟอร์มเก่งกับผีแดง

สตีเวน เจอร์ราร์ด อดีตกัปตันทีมลิเวอร์พูล ยกย่อง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ดาวยิงทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ระเบิดฟอร์มเก่งในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลนี้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 17 ธ.ค. ว่า สตีเวน เจอร์ราร์ด อดีตกองกลางกัปตันทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ยกย่อง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ยอดกองหน้าของทีม “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ระเบิดฟอร์มเก่งในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลนี้ แม้อายุจะปาเข้าไป 35 ปีแล้วก็ตาม

อิบราฮิโมวิช ย้ายมาร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาแบบไม่มีค่าตัว และซัดไปแล้ว 15 ประตู จากการลงเล่น 25 นัดให้กับปิศาจแดงรวมทุกรายการในฤดูกาลนี้ ทำเอา เจอร์ราร์ด ต้องออกมาชื่นชมเลยทีเดียว

“มันไม่ง่ายเลยที่จะเล่นในพรีเมียร์ลีก ด้วยวัย 35 ปี แต่เขาอยู่ในสภาพที่ยอดเยี่ยมมาก เขาทำงานอย่างหนักตลอด 90 นาที เขาเป็นนักเตะระดับโลก เขาสนุกกับฟุตบอลของเขา และเขาก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วในช่วงเวลานี้” เจอร์ราร์ด กล่าว

สธ.เตือนอาบน้ำเย็นจัด ช็อกถึงตาย

 

ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์โสภณ เมฆธน กล่าวถึงกรณีนักท่องเที่ยวหมดสติหลังอาบน้ำเย็นจัดในช่วงที่ทีอากาศหนาวนั้น เบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงของนักท่องเที่ยวท่านนี้ ขณะที่ทีมแพทย์ได้ช่วยเหลือปฐมพยาบาลจนผู้ป่วยอาการดีขึ้นแล้ว โดยผู้ป่วยตัดสินใจไม่ไปตรวจรักษาเพิ่มเติมที่โรงพยาบาล

สำหรับอาการหมดสติที่เกิดขึ้นในทางการแพทย์ อาจเป็นภาวะหมดสติชั่วครู่ (syncope) ซึ่งมักเกิดขึ้นแล้วหายได้เองในระยะเวลาสั้นๆ สาเหตุอาจเกิดจากร่างกายอยู่ในที่ที่มีอากาศหนาวเย็นหรือเรียกว่าเป็นภาวะช็อกจากอุณหภูมิเย็นจัด (cold shock) ภาวะนี้เกิดขึ้นเมื่อร่างกายสัมผัสกับน้ำเย็นจัดโดยไม่ได้เตรียมตัว ระบบประสาทอัตโนมัติจึงมีการตอบสนองอย่างฉับพลัน ทำให้เกิดอาการหายใจลำบาก อาจมีการเผลอกลั้นหายใจหรือเบ่งโดยไม่รู้ตัว โดยความเย็นจะทำให้เส้นเลือดหดตัวอย่างรวดเร็ว มีการเปลี่ยนแปลงของความดันโลหิต ทำให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะที่สำคัญไม่เพียงพอ จึงเกิดอาการหมดสติ หากร่างกายเกิดภาวะช็อกจากอุณหภูมิเย็นจัดในผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง ก็อาจทำให้เป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ดังนั้นนักท่องเที่ยวหรือประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็น ควรหลีกเลี่ยงการอาบน้ำเย็นจัด หากจำเป็นควรใช้การเช็ดตัวก่อนหรือค่อยๆ ใช้น้ำลูบตัว เพื่อให้ร่างกายปรับตัว หากมีปัญหาหรือเจ็บป่วยระหว่างการท่องเที่ยวก็สามารถไปโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้เคียงได้ทันที หรือติดต่อสายด่วน 1669 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง

สนามบินจีนเหนือบนภูเขา ฝรั่งยังทึ่งแนวคิดสร้างสำเร็จ

 

ฝรั่งต่างทึ่ง..สนามบินเห่อฉีในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง สร้างบนภูเขาสูง 600 เมตร เป็นสิ่งก่อสร้างที่น่าตื่นตา เปิดให้บริการมา 2 ปีแล้ว

สำนักข่าวประเทศจีนรายงานว่า สนามบินเห่อฉีในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ทางตอนใต้ของประเทศจีน กลายเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของพื้นที่ หลังได้รับการยกย่องจากทั่วโลกว่าเป็นสิ่งปลูกสร้างที่น่าทึ่ง ด้วยการสร้างสนามบินเอาไว้ตามแนวบนภูเขาสูง

สนามบินเห่อฉี กลายเป็นภาพสวยงามเมื่อจากมุมสูง รันเวย์และอาคารผู้โดยสารถูกสร้างไว้ตามแนวภูเขา ขนานไปกับธรรมชาติป่าไม้สีเขียวรอบๆ บนระดับความสูง 677 เมตรจากระดับน้ำทะเล นับเป็นการก่อสร้างที่ต่างชาติให้ความสนใจ เนื่องจากพวกเขาตัดสินใจเกลี่ยพื้นที่ภูเขาให้เป็นที่ราบ ก่อนจะสร้างรันเวย์เป็นทางยาวราวๆ 2 กิโลเมตร

สำหรับ สนามบินเห่อฉี สร้างเสร็จและเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ ตั้งแต่ปี 2014 ปัจจุบันใช้งานมาแล้ว 2 ปี กลายเป็นสนานบินที่อยู่บนความสูงที่สุดในท้องถิ่น อยู่กลางตัวเมืองราวๆ 40 กิโลเมตร สนามบินแห่งนี้มีสายการบินภายในประเทศให้บริการ บินตรงจากเมืองฉงชิ่งและเกาะไหหลำเป็นประจำทุกวัน

งา น้ำมันงา ยอดยาอายุวัฒนะ สวยใส สุขภาพดีไม่มีโรค

คนโบราณรู้จักคุณค่าของงาว่ามีประโยชน์มหาศาลต่อสุขภาพ จึงนิยมรับประทานงามานานนม และยังถือว่างาเป็นยาอายุวัฒนะตำราเก่าแก่ของอินเดียกล่าวว่า งามีสรรพคุณเป็นยาบำรุงร่างกาย ทำให้ร่างกายมั่นคงแข็งแรง
งานั้นมีทั้งสีขาวและสีดำ งามีกรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายสังเคราะห์เองไม่ได้ คือ กรดไลโนเลอิก ร่างกายจะนำกรดไขมันดังกล่าวไปสร้างฮอร์โมนพรอสต้า-แกลนดินฮีกัน ซึ่งทำหน้าที่ที่ทรงคุณค่าต่อร่างกายมากมายหลายด้านด้วยกัน อาทิ
1. ช่วยขยายหลอดเลือด

2. ช่วยลดความดันโลหิต

3. ป้องกันเกล็ดเลือด (Platelet) เกาะกันเป็นลิ่ม ถ้าเกาะกันมากอาจอุดตันหลอดเลือดเล็กๆ ได้

ถ้าอุดตันหลอดเลือดหัวใจ ก็จะเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
ถ้าลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงจอตา อาจทำให้ตาบอดได้ โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเบาหวานต้องระวัง
4. ยับยั้งมิให้ร่างกายสร้างคอเลสเตอรอลมากเกินไป

5. งาทำให้กระดูกแกร่ง

งามีแคลเซียมมากกว่าพืชผักทั่วไปถึง 40 เท่า ทั้งยังมีฟอสฟอรัสมากถึง 20 เท่า สาร 2 ตัวนี้เป็นธาตุสำคัญในการเสริมสร้างกระดูกและฟัน จึงควรให้เด็กรับประทานงา จะได้เจริญเติบโตสูงใหญ่ สตรีวัยหมดประจำเดือนก็ควรจะรับประทานงามากๆ เพราะวัยนี้จะเกิดภาวะพร่องฮอร์โมนเอสโตรเจน ทำให้มีการดึงแคลเซียมมาจากกระดูกและฟันไปใช้ จึงมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคกระดูกพรุน กระดูกเสื่อม
นอกจากนี้ในงายังมีวิตามินอี ซึ่งเป็นสารต้านมะเร็ง และเป็นยาอายุวัฒนะทำให้ร่างกายสดชื่น ดูหนุ่มสาว และแก่ช้าลง ที่สำคัญ งามีเลซิติน ซึ่งเป็นส่วนประกอบไขมันที่สำคัญมากในเซลล์ประสาท ต่อมไร้ท่อ สมอง หัวใจ ไต ควรรับประทานวันละ 1-2 ช้อนชา แล้วตามด้วยน้ำอุ่น จะทำให้จิตแจ่มใสอารมณ์ดี

เราจะเห็นว่างานั้นมีประโยชน์มากมาย แม้แต่อาหารหลักของชาวมังสวิรัติยังขาดงาไม่ได้ เพราะโปรตีนของคนเราประกอบด้วยกรดอะมิโนประมาณ 22 ชนิด แต่กรดอะมิโนที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้มีอยู่ 9 ชนิดด้วยกัน โปรตีนเหล่านี้มีอยู่ในถั่วเกือบครบถ้วน ยกเว้นกรดอะมิโนที่ชื่อ เมทไธโอนีน (Methionine) ซึ่งมีมากในเมล็ดงา ดังนั้นถ้ารับประทานถั่วพร้อมงา หรือรับประทานข้าวกล้องพร้อมข้าวโพด ก็จะได้โปรตีนครบถ้วน นักมังสวิรัติจึงรับประทานข้าวกล้อง โรยถั่ว งา พร้อมกัน

สาธยายประโยชน์ของงามายาวเหยียด ก็เพื่อจะแนะนำให้คุณผู้อ่านหันมาบริโภคงา หรือเสริมความงามด้วยงากันดีกว่า วันนี้เรามีเคล็ดลับมาฝาก ทั้งรับประทาน ทั้งบำรุงความงาม เชิญติดตามได้เลยค่ะ
เคล็ดลับก้นครัว

ใช้น้ำมันงาประกอบอาหาร ผัด ทอด หมักหมู หมักเนื้อ ทำน้ำจิ้มสุกี้ ดับกลิ่นคาวปลา และของทะเล
สำหรับทอด ตั้งน้ำมันงาให้ร้อนจนฟองหมด แล้วนำหมูหรือเนื้อลงทอดจะทำให้หมูหรือเนื้อนุ่ม และมีรสชาติอร่อยขึ้น
ผัดผักผับน้ำ เหยาะเกลือปนเล็กน้อย ใส่น้ำมันงา 1 ช้อนชา ผักหอม จะทำให้กรอบอร่อยมากขึ้น
ผสมในน้ำจิ้มสุกี้ น้ำสลัด จะทำให้หอมยิ่งขึ้น
เคล็ดลับความงาม

ใช้หมักผม จะทำให้ผมดกดำ ไม่หลุดร่วงง่าย ผมไม่แห้งแตกปลาย ใช้น้ำมันงาหมักผมไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง แล้วค่อยๆ สระผม จะทำให้ผมนุ่มขึ้น ควรหมักเดือนละ 3-4 ครั้ง หรือจะใช้น้ำมันงาอุ่นๆ นวดคลึงหนังศีรษะ และผมเบาๆ ครึ่งชั่วโมงก็ได้เช่นกัน
ใช้บำรุงผิวหน้า และผิวที่แห้งขาดการบำรุง หลังอาบน้ำแล้วยังไม่ต้องเช็ดหน้า ใช้น้ำมันงาทา แล้วนวดเบาๆ ทิ้งไว้ครึ่งชั่วโมงแล้วค่อยล้างออก จะทำให้ใบหน้าชุ่มชื้น และนุ่มนวลขึ้น
ลูกประคบ…งา

เมล็ดงาที่เหลือจากการหีบน้ำมัน อย่าเพิ่งทิ้ง นำมาทำลูกประคบ นึ่งพออุ่นๆ ใช้ประคบหน้าจะทำให้หน้าใสเด้ง ใช้ในการนวดตัว ลดอาการปวดเมื่อย ตามร่างกาย ตามกระดูก จะทำให้ อาการปวดต่างๆ หายเร็วขึ้น หรือใช้ในการนวดระบบน้ำเหลือง ช่วยให้หลอดเลือดขยาย ทำให้การนวดมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น
เราจะเห็นว่าน้ำมันงา, งา มีประโยชน์ต่อร่างกายมาก ทั้งด้านสุขภาพและความงาม จากประสบการณ์ ของผู้เขียนมากกว่า 10ปี ขอยืนยันอย่างมั่นใจได้ว่า หากคุณจะนวดหน้า นวดหน้าใส หน้าเด้งตึงกระชับ ปรับรูปหน้า หรือเหลาคาง ไม่ต้องไปให้เทอราปิสท์ตบให้เจ็บตัว แค่นวดกดจุดด้วยน้ำมันงาก็ได้ผลไม่แพ้กัน

ไม่ว่าจะนวดรักษาโรคต่างๆ อาทิ อัมพฤกษ์ อัมพาต นวดท้อง เส้นประธานสิบ หรือจะนวดหน้าขับสารพิษ ผู้เขียนก็ใช้น้ำมันงาเป็นส่วนประกอบทั้งสิ้น อยากแนะนำให้คุณผู้อ่านลองใช้ดูนะคะ

สิงห์ชูแบรนด์ใหม่”โซดาลีโอ”

 

สิงห์ชูแบรนด์ใหม่”โซดาลีโอ”
สิงห์ เปิดเซ็กเมนต์ใหม่โซดาน้ำ ภายใต้แบรนด์ “โซดา ลีโอ” เขย่าตลาดมูลล่า 7500 ลบ. ตอกย้ำผู้นำจากเดิมสิงห์กินแชร์อยู่แล้ว 90% ถือเป็นสินค้าใหม่ในรอบ 18 ปีตั้งเป้าน้องใหม่ปีแรกมีส่วนแบ่ง 5%

นายภูริต ภิรมย์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจเครื่องดื่มนอนแอลกอฮอล์อย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมาบริษัททำตลาดโซดาภายใต้แบรนด์ “สิงห์” มาก่อนแล้ว แต่หลังจากพบว่าผู้บริโภคมากกว่า 36% มีพฤติกรรมชื่นชอบดื่มเครื่องดื่มแบบโซดาผสมน้ำ รองลงมาจากเครื่องดื่มผสมโซดาเพียงอย่างเดียว บริษัทจึงได้เปิดตัว “โซดาลีโอ” นับเป็นสินค้าใหม่กลุ่มเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ของสิงห์ในรอบ 18 ปี

สำหรับการเปิดตัวสินค้าใหม่ดังกล่าว เป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ลีโอ ให้มีสินค้าครอบคลุมไปยังกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น ทั้งยังเป็นการตอบโจทย์วัยรุ่นหนุ่มสาวอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป บริษัทมองว่าแบรนด์ลีโอค่อนข้างมีแข็งแรงเป็นเดิมอยู่แล้ว จึงนับเป็นข้อได้เปรียบของการสร้างการจดจำแก่ผู้บริโภคในวงกว้างของสินค้าใหม่นี้

ส่วนกลยุทธ์ด้านการตลาดนั้น บริษัทวางตำแหน่งของสินค้าดังกล่าวให้มีความเป็นวัยรุ่น ทันสมัย มีความซ่า สนุกสนาน โดยเลือกนักแสดง “ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์” มาเป็นพรีเซนเตอร์คนแรก ซึ่งจะช่วยให้แบรนด์เข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ควบคู่กับการทำตลาดแบบครบวงจร ผ่านสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ต่างๆ ตลอดจนการจัดกิจกรรมการตลาด ณ จุดขาย และอีเวนต์ต่างๆ

“บริษัทมีโซดาสิงห์ที่เป็นผู้นำอยู่แล้ว หรือจากปัจจุบันมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 7,500 ล้านบาท มีแนวโน้มว่ายังคงเติบโตต่อเนื่องทุกปี ซึ่งสิงห์มีส่วนแบ่งราว 90% โดยหลังจากทำการตลาดอย่างหนักแล้ว เชื่อว่าจะทำให้โซดาลีโอจะมีแชร์ปีแรกที่ 5%” นายภูริตกล่าว

ปัจจุบัน บริษัทได้วางจำหน่ายโซดาลีโอแล้วทั่วประเทศ ตั้งเมื่อช่วงเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ในช่องทางร้านค้าทั่วไปหรือเทรดดิชั่นนัลเทรด ซึ่งมีผลตอบรับดีเป็นอย่างมาก เห็นได้จากสินค้าถูกจำหน่ายหมดภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ส่วนแนวทางการกระจายสินค้านับจากนี้ คงขยายสู่ร้านค้าประเภทต่างๆ ให้ครอบคลุมครบทั้งประเทศ.

สำคัญ สารัชชี้ดวลออสเตรเลียต้องเล่นเกมรับละเอียด

สารัช อยู่เย็น กองกลางทีมชาติไทย ยอมรับว่าการพบกับ ทีมชาติออสเตรเลีย ในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย นัดที่ 5 ไม่ใช่งานง่าย หลังเป็นทีมที่แข็งแกร่ง ฉะนั้นต้องเล่นเกมรับกันอย่างละเอียดสำคัญ สารัชชี้ดวลออสเตรเลียต้องเล่นเกมรับละเอียด

สถานการณ์ขณะนี้ ช้างศึก เป็นทีมเดียวของกลุ่มบี ที่ยังไม่มีคะแนนจาก 4 นัด สวนทางกับเจ้าของแชมป์เอเชียนคัพปีล่าสุด ที่รั้งรองจ่าฝูง ด้วยการไม่แพ้ใคร มี 8 คะแนนจาก 4 นัด ก่อนที่ล่าสุดจะโคจรมาพบกัน ในเกมนัดที่ 5 วันที่ 15 พฤศจิกายนนี้ขณะที่ “สารัช”!ที่อยู่ระหว่างเก็บตัวกับ ทีมชาติไทย ที่กิเลน วัลเลย์ ให้สัมภาษณ์ว่า “ตอนนี้สภาพทีมพร้อมเกือบสมบูรณ์แล้วครับ ที่ผ่านมาพี่โก้ (เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง) ก็ได้ซ้อมแท็คติคหลายๆระบบ หลายๆรูปแบบ พวกเราก็ทำกันได้ดี แต่ก็ยังมีสิ่งที่ต้องปรับ ต้องจูนกันอยู่อีกนิด”

ดาวเตะวัย 24 ปีกล่าวต่อ “ออสเตรเลีย เป็นทีมที่ดีและแข็งแกร่งอยู่แล้ว มีลุ้นไปบอลโลก พวกเขารูปร่างสูงใหญ่ ทำให้เราต้องละเอียดในการเล่นเกมรับ ทั้งหมด 11 คนของเราต้องรับช่วยกัน””อย่างไรก็ตามแม้เราจะยังไม่มีแต้มแต่การมาถึงจุดนี้ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว เรายังเต็มที่ทุกนัด เราอยากเล่นเพื่อแฟนบอล ถ้าเรามีแต้มก็น่าจะทำให้เรามีขวัญกำลังใจที่ดีในนัดต่อไป”

“สุดท้ายก็อยากฝากแฟนบอลเข้าไปเชียร์ พวกผมจะทำผลงานให้ดีที่สุด แม้รู้ว่ามันจะยากมาก แต่เราจะเล่นเต็มที่ เราก็หวังว่าจะมีแต้มเพื่อตอบแทนแฟนบอลที่ยังหนุนหลังเรา อยากให้ทุกคนรู้ว่าเราสู้เต็มที่แน่อนครับ” สารัช กล่าวปิดท้าย ทีมชาติไทย จะเก็บตัวที่กิเลน วัลเลย์ จ.นครราชสีมา ถึงวันที่ 13 พฤศจิกายน ก่อนมีโปรแกรมเปิดบ้านพบกับ ทีมชาติออสเตรเลีย ในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย นัดที่ 5 วันที่ 15 พฤศจิกายนนี้ ต่อด้วยเข้าร่วมการแข่งขัน เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2016 ต่อไป