สหรัฐฯเตรียมหั่นงบต่างประเทศอัดฉีดกลาโหม

รัฐบาลสหรัฐฯ เตรียมส่งข้อเสนอจัดสรรงบประมาณถึงกระทรวงต่าง ๆ วันนี้แนวโน้มเพิ่มการป้องกันลดกิจการต่างประเทศ

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงาน รัฐบาลสหรัฐฯ จะยื่นเสนองบประมาณรัฐบาลที่มีการเพิ่มงบการป้องกันมากขึ้น ลดงบทางด้านต่างประเทศบางส่วนลง และหน่วยงานด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมรวมถึงตัดงบด้านอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับการป้องกันลงด้วย

รัฐมนตรีบางคน ขอให้รัฐบาลเพิ่มงบสำหรับเพิ่มกำลังกองทัพอย่างการต่อเรือ จัดซื้อเครื่องบิน และเสริมความแข็งแกร่งในน่านน้ำสากลและจุดพื้นที่แคบ เช่น ช่องแคบฮอร์มุซ อยู่ระหว่างอ่าวโอมานทางตะวันออกเฉียงใต้ กับอ่าวเปอร์เซียทางตะวันตกเฉียงใต้ รวมถึงในพื้นที่ทะเลจีนใต้ ด้วย

ขณะที่รัฐมนตรีอีกคนกล่าวว่า งบประมาณด้านต่างประเทศจะถูกลดลง ประมาณ 30% ซึ่งอาจจะเป็นการรื้อโครงสร้างครั้งใหญ่ของกระทรวงและจำกัดโครงการบางอย่างลงไป ทั้งนี้ ไม่มีการเปิดเผยรัฐมนตรีทั้ง 2 ที่ออกมาแสดงความเห็นต่อร่างงบประมาณ เนื่องจากร่างงบประมาณยังไม่มีการเปิดเผยเป็นสาธารณะ นอกจานี้ รัฐบาลยังไม่มีความเห็นต่อรายงานดังกล่าว เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมมา
ทรัมป์ กล่าวว่า เป็นครั้งที่กองทัพสหรัฐฯ จะยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกา

สำหรับการคาดการณ์คร่าว ๆ สำหรับงบประมาณกองทัพ อยู่ที่ 600 พันล้านดอลลาห์สหรัฐฯ และงบสำหรับกระทรวงต่างประเทศ อยู่ที่ราว ๆ 50 พันล้านดอลลาร์ คาดว่า ข้อเสนอดังกล่าวจะส่งถึงกระทรวงทบวงต่าง ๆ ในวันจันทร์นี้

นาซ่าพบ7ดาวเคราะห์ขนาดใกล้โลก

 

 

 

นักวิทยาศาสตร์ของนาซ่าเปิดเผยว่า ค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะจักรวาล ประกอบด้วยดาวเคราะห์ขนาดใกล้เคียงโลก7ดวง โคจรรอบดาวฤกษ์ดวงเดียวกัน

คณะนักวิทยาศาสตร์ของสถานีกล้องโทรทัศน์อวกาศสปิตเซอร์ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐ(นาซ่า) เปิดเผยวานนี้ (22ก.พ.)ว่า ค้นพบระบบดาวเคราะห์แห่งแรกที่มีขนาดใกล้เคียงกับโลกมากถึง7ดวงโคจรรอบดาวฤกษ์เพียงดวงเดียว ซึ่งมีโอกาสมากที่บนดาวเคราะห์เหล่านี้ จะมีน้ำอยู่ด้วย หากมีสภาพชั้นบรรยากาศที่เหมาะสม และดาวเคราะห์ 3 ใน 7 ดวงนี้ ได้รับการยืนยันว่า อยู่ในเขตที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยได้

นายโธมัส เซอร์บูเชน รองผู้อำนวยการกรมภาระกิจวิทยาศาตร์ ของนาซ่า กล่าวว่า การค้นพบครั้งนี้อาจเป็นจิ๊กซอว์สิ้นสำคัญที่ช่วยไขปริศนาการค้นหาสภาพแวดล้อมที่สิ่งมีชีวิตสามารถอาศัยอยู่ได้ในห้วงจักรวาลนี้

ระบบดาวเคราะห์ที่ค้นพบครั้งนี้มีชื่อว่าแทรพพิสต์-1 มาจากชื่อของกล้องโทรทัศน์ในประเทศชิลีที่ค้นพบดาวเคราะห์นี้เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2559 โดยในขณะนั้นค้นพบดาวเคราะห์แค่3ดวงก่อน จากนั้นสถานีกล้องโทรทัศน์ภาคพื้นหลายแห่งรวมทั้งสปิตเซอร์จะออกมายืนยันการมีอยู่ของดาวเคราะห์ 2 ใน 3 ดวงที่ค้นพบนี้ ก่อนจะค้นพบดาวเคราะห์เพิ่มอีก 5 ดวง รวมเป็น 7 ดวง

ระบบแทรพพิสต์-1 อยู่ห่างจากโลกเป็นระยะทางประมาณ 40 ปีแสง หรือประมาณ 378 ล้านล้านกิโลเมตร

นอกจากนี้ ดาวเคราะห์ในระบบแทรพพิสต์-1 ยังหันหน้าด้านเดียวเข้าหาดาวฤกษ์ ซึ่งหมายความว่าพื้นที่ของดาวจะเป็นกลางวันหรือกลางคืนตลอดไป ไม่เปลี่ยนแปลงและอาจมีสภาพอากาศแตกต่างจากโลก เช่น มีลมพัดแรงจากแผ่นดินฝั่งกลางวันไปยังฝั่งกลางคืน หรือมีการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิในลักษณะนี้รุนแรง

หญิงสาววัย 17 ทำแท้งลูก 8 เดือนพบตำรวจแล้ว

 

 

 

หญิงสาวอายุ 17 ที่กินยาขับเลือดเพื่อทำแท้งลูกวัย 8 เดือนเข้าพบตำรวจแล้ว แม่เผยทั้งสุขภาพจิตและสุขภาพกายลูกย่ำแย่ ถามเจตนาพ่อสามี กรณีนำคลิปเผยแพร่ในโซเซียล

มารดาของหญิงอายุ 17 ปี ที่ก่อเหตุกินยาขับเลือดทำแท้งบุตรในครรภ์วัย 8 เดือน เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน สน.คันนายาว พร้อมบุตรสาว โดยเปิดใจกับสื่อมวลชนว่า ไม่ได้อยากให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเลย แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ ขณะนี้

สุขภาพจิตบุตรสาวยังย่ำแย่ มีความเครียดต่อข่าวสารที่ออกมา ส่วนสุขภาพกายยังมีอาการปวดท้องรุนแรง จึงยังไม่สามารถให้ปากคำกับตำรวจได้ การเดินทางมาวันนี้(22 ก.พ.)เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและรู้สำนึกกับความผิดที่ก่อขึ้น

แม่ของหญิงสาว ยังกล่าวอีกว่า หลังมีข่าวในโลกโซเชียลและสื่อมวลชนนำคลิปไปเผยแพร่ บุตรสาวซึ่งพักรักษาตัวในโรงพยาบาล เกิดอาการเครียดถึงขั้นคิดฆ่าตัวตาย ตนจึงต้องทิ้งทุกอย่างเพื่อไปเฝ้าในช่วง 4 วันที่ผ่านมา เมื่อสอบถามลูก ยอมรับว่า เสียใจที่ต้องทำแบบนั้น แต่เพราะเครียดจากปัญหารุมเร้าหลายด้าน ทั้งพ่อสามี กล่าวหาเป็นต้นเหตุให้ลูกชายติดคุก อีกทั้งหากบุตรคลอดออกมาขณะสามีติดคุก อาจไม่มีความสามารถเลี้ยงดู ต้องนำความเดือดร้อนไปให้แม่อีก เนื่องจากบุตรสาวมีลูกมาแล้ว 1 คนกับแฟนเก่าและตนเป็นคนเลี้ยงดูให้ อย่างไรก็ตาม ตนยอมรับว่า รู้สึกเคลือบแคลงใจในเจตนาของพ่อสามีบุตรสาวที่นำคลิปดังกล่าวไปเผยแพร่ในโซเชียล เพราะกำลังฆ่าอีก 1 คน และทั้งสองฝ่ายต่างสูญเสียและเสียใจเท่ากัน จากนี้คงต้องดูแลบุตรสาวอย่างใกล้ชิด เพราะสภาพจิตใจย่ำแย่มาก

ด้านพนักงานสอบสวน เตรียมประสานสหวิชาชีพร่วมสอบปากคำหญิงสาวในวันพรุ่งนี้ก่อนแจ้งข้อกล่าวหา

หนุ่มหื่นจี้สาวหวังข่นขืน เหยื่อสู้แย่งปืนยิงหมดแม็ก ดับคาที่

 

 

เวลาประมาณ 21.59 น. ร.ต.อ.สายันต์ นันทะพงษ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี รับแจ้งเหตุใช้อาวุธปืนยิงกัน มีผู้เสียชีวิตที่บ้านห้วยหมากหล่ำ ม.6 ต.ทมนางาม อ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี จึงรุดไปยังที่เกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยทางหลวงอุดรธานี หน่วยกุมภวาปี จุดบริการ อ.โนนสะอาด

ที่เกิดเหตุ บริเวณกระท่อมนาในเขตบ้านห้วยหมากหล่ำ ม.6 ต.ทมนางาม อ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี พบ น.ส.พฤหัส อายุ 35 ปี อยู่ที่กระท่อมนาที่เกิดเหตุกับ น.ส.พราว และเด็กอายุ 6 เดือน เวลาประมาณ 20.00 น. น.ส.พฤหัส ลงมาจากกระท่อมนา เพื่อจะมาให้อาหารสุนัข แล้วได้ส่องไฟฉายไป พบนายประเวช ผู้ตาย ซึ่งแอบอยู่ที่ข้างต้นไม้ แล้วผู้ตายได้ส่องไฟฉายที่เตรียมมาด้วย ส่องใส่ น.ส.พฤหัส พร้อมกับยกมือเล็งข่มขู่ บังคับผู้ต้องหาให้ไปที่ลานหิน ซึ่งห่างจากกระท่อมนาประมาณ 8 เมตร แล้วได้ยิงปืนข่มขู่ จำนวน 1 นัด

จากนั้นผู้ตายได้ใช้ปืนจี้บังคับให้ผู้ต้องหาถอดเสื้อผ้าเพื่อจะข่มขืน ส่วนชายอีกคนที่มากับผู้ตาย ได้ขึ้นไปหา น.ส.พราว ที่กระท่อมนา และใช้อาวุธมีดจี้ข่มขู่หวังจะข่มขืนเช่นกัน ระหว่างนั้น น.ส.พฤหัส ได้หลอกให้ผู้ตายขึ้นไปที่กระท่อมนา เมื่อขึ้นไปที่กระท่อมนาแล้ว ผู้ตายได้ยิงปืนข่มขู่ น.ส.พฤหัส จำนวน 1 นัด น.ส.พฤหัสจึงคว้าเอามีดที่วางอยู่ข้างฝาบนกระท่อมนาฟันไปยังผู้ตาย จำนวน 1 ครั้ง แล้วแย่งอาวุธปืนจากผู้ตายยิงผู้ตายจนหมดกระสุน
ส่วนผู้ชายอีกคนที่มากับผู้ตาย หลังจากได้ยินเสียงปืนก็วิ่งลงกระท่อมนาแล้วหลบหนีไป น.ส.พฤหัส กลัวผู้ตายฟื้นจึงได้ใช้อาวุธมีดฟันไปอีก 2-3 ครั้ง แล้วได้โทรศัพท์แจ้งตำรวจ 191 เพื่อตรวจสอบที่เกิดเหตุ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว นางสาว พฤหัส พร้อมของกลางที่ตรวจยึดอาวุธปืนพกสั้น ขนาด.38 บรรจุ 6 นัด จำนวน 1 กระบอก โทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง อาวุธมีด จำนวน 2 เล่ม ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

ส่วนศพผู้เสียชีวิตเจ้าหน้าที่กู้ภัยตำรวจทางหลวงพร้อมอุปกรณ์ส่องสว่างสนับสนุนที่เกิดเหตุ นำร่างผู้เสียชีวิตชันสูตรที่นิติเวชโรงพยาบาลศรีนครินทร์ขอนแก่น

ลาเวนเดอร์ กับความมหัศจรรย์ในการรักษา

 

 

ดอกลาเวนเดอร์ กับสรรพคุณในการรักษาที่คุณคาดไม่ถึง รู้หรือไม่ว่านอกจากกลิ่นหอม ๆ ยังมีประโยชน์อีกหลายอย่างที่ต้องบอกต่อ

ลาเวนเดอร์ ดอกไม้ที่นิยมนำมาสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหย ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็มักจะรู้ว่ากลิ่นของมันมีสรรพคุณช่วยผ่อนคลายสมองและร่างกายได้ แต่จริง ๆ แล้วใช่ว่าลาเวนเดอร์จะมีประโยชน์ต่ออารมณ์ความรู้สึกเพียงอย่างเดียว ยังมีประโยชน์ดี ๆ ต่อสุขภาพร่างกายอีกด้วย เหมือนที่เว็บไซต์ health.com นำเสนอเกี่ยวกับประโยชน์ของดอกลาเวนเดอร์ในการรักษาอาการต่าง ๆ เราไปดูกันดีกว่าว่าประโยชน์ว่านั้นมีอะไรบ้าง

ขจัดรังแค

สำหรับคนที่มีรังแค Francesca Fusco แพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญในนิวยอร์กได้แนะวิธีการรักษารังแคด้วยน้ำมันจากดอกลาเวนเดอร์ที่ง่ายแสนง่าย เพียงล้างผมให้เปียกด้วยน้ำอุ่นและเช็ดผมให้พอหมาด หลังจากนั้นก็ให้หยดน้ำมันดอกลาเวนเดอร์ประมาณ 15 หยดลงในน้ำมันมะกอกหรือน้ำมันอัลมอนด์ 2 ช้อนโต๊ะ แล้วนำเข้าไมโครเวฟ 10 วินาที เพื่อให้น้ำมันอุ่นขึ้น หลังจากนั้นก็นำมานวดกับหนังศีรษะแล้วคลุมผมเอาไว้ ทิ้งเอาไว้ 1 ชั่วโมงแล้วสระออกด้วยแชมพูซึ่งแพทย์ผิวหนังเขาคอนเฟิร์มมาแล้วว่าวิธีนี้ทำเพียงไม่กี่ครั้งก็จะสามารถเห็นผลได้อย่างชัดเจน
ลดอาการท้องอืด

อาการท้องอืดและอาหารไม่ย่อย เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ไม่ดีซึ่งเติบโตอยู่ในระบบย่อยอาหารมากเกินไป และอาจเกิดขึ้นได้จากการใช้ยาปฏิชีวนะได้อีกด้วย ซึ่งแพทย์หญิง Christine Gerbstadt ผู้เขียนหนังสือ Doctor’s Detox Diet และโฆษกประจำสถาบันโภชนาการและการควบคุมอาหาร ได้อธิบายว่า “โพลีฟีนอลที่อยู่ในดอกลาเวนเดอร์สามารถช่วยลดปริมาณแบคทีเรียที่ไม่ดีในกระเพาะของเราได้” เพียงโรยดอกลาเวนเดอร์อบแห้งลงในโยเกิร์ตเข้มข้นซึ่งดีต่อสุขภาพแล้วทานซะ

ช่วยให้ผ่อนคลาย

กลิ่นของดอกลาเวนเดอร์จะช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิต ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายและง่วงนอน ส่งผลให้การนอนหลับดีขึ้น เพราะฉะนั้น ถ้าอยากให้หลับสบายล่ะก็ แค่เพียงใส่ดอกลาเวนเดอร์แห้งลงในแจกันแล้วตั้งไว้ที่หัวเตียง หรือจะใช้น้ำมันหอมระเหยก็สามารถช่วยได้เช่นกัน แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ใช่ว่าดอกลาเวนเดอร์จะทำให้คุณนอนหลับได้ง่ายเสมอไปนะจ๊ะ เพราะคุณจะต้องไม่ดื่มกาแฟก่อนเข้านอนสักสิบชั่วโมง รวมทั้งต้องปิดเสียงโทรศัพท์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้หมด พร้อมกับเข้านอนให้ตรงเวลาทุกวัน ดอกลาเวนเดอร์ถึงจะช่วยให้คุณนอนหลับได้ดีขึ้นค่ะ

ลาเวนเดอร์ กับความมหัศจรรย์ในการรักษา

ลดอาการคันที่ผิวหนัง

แพทย์หญิง Naila Malik แพทย์ผิวหนังในเท็กซัสได้อธิบายไว้ว่าน้ำมันหอมระเหยจากดอกลาเวนเดอร์ สามารถช่วยแก้อาการคันจากยุงกัดได้ เพราะลาเวนเดอร์มีฤทธิ์เป็นยาแก้อักเสบตามธรรมชาติ สามารถช่วยลดอาการคันและบวมแดงได้ โดยหยดน้ำมันดอกลาเวนเดอร์ 1 – 2 หยดแล้วทาเบา ๆ ทิ้งไว้ 15 นาทีเพื่อให้น้ำมันซึมเข้าสู่ผิว สามารถทาซ้ำได้ทุก ๆ 6-8 ชั่วโมงในช่วงระยะเวลา 24 ชั่วโมง แต่ถ้าใครทาแล้วเกิดการระคายเคืองขึ้นมาควรล้างออกทันที

ช่วยทำให้อาหารดีต่อสุขภาพมากขึ้น

สารพฤกษเคมีบางชนิดที่มีอยู่ในดอกลาเวนเดอร์ มีประโยชน์ต่อร่างกาย เราสามารถนำเครื่องเทศที่ทำจากดอกลาเวนเดอร์มาโรยลงในอาหารชนิดต่าง ๆ ก็จะทำให้อาหารจานอร่อยที่เรารับประทานมีคุณค่าทาอาหารมากยิ่งขึ้นค่ะ
ได้รู้กันแล้วว่าดอกลาเวนเดอร์มีประโยชน์ในการรักษาอย่างไรบ้าง หนุ่ม ๆ สาว ๆ ที่รักสุขภาพที่สนใจจะนำดอกลาเวนเดอร์มาใช้ก็อย่าลืมศึกษาผลข้างเคียงและผลกระทบที่มีต่อร่างกายด้วยล่ะ เพราะบางทีเราก็อาจจะแพ้ดอกไม้ชนิดนี้โดยที่ไม่รู้ตัวก็ได้ แล้วถ้าใครใช้แล้วได้ผลดีก็อย่าลืมเอามาเล่าสู่กันฟังบ้างนะจ๊ะ

บังคับวัย13ขายตัว พ่อเข้าช่วย-แจ้งตร.

 

เด็กหญิงวัย 13 หนีออกจากบ้านไปอยู่กับเพื่อน ถูกชวนสมัครเป็นพนักงานเสิร์ฟร้านอาหาร แต่กลับโดนบังคับเร่ค้าประเวณี ขัดขืนก็ถูกทุบตี สุดท้ายโทรศัพท์ให้พ่อช่วยพาเข้าแจ้งความ ตำรวจขอเวลาหาหลักฐาน เผยยังมีเหยื่ออีกหลายคน

เที่ยงคืนเศษ วันที่ 19 มกราคมนี้ ร.ต.อ.ณธกร ฐิติธาราภัค ร้อยเวรสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ จ.ปทุมธานี รับแจ้งจากนายเอ (นามสมมติ) อายุ 37 ปี และนางบี (นามสมมติ) อายุ 35 ปี ภรรยา ว่าลูกสาววัย 13 ปี ถูกทำร้ายร่างกาย บังคับให้ยืนขายบริการอยู่บริเวณปากซอยเมน 3 หน้าหมู่บ้านรัตนโกสินทร์ 200 ปี ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจเข้าตรวจสอบ พบ ด.ญ.ซี (นามสมมติ) อายุ 13 ปี อยู่ในสภาพสะบักสะบอม เนื้อตัวเปื้อนดิน เบื้องต้นทราบว่าถูกกลุ่มหญิงสาวและสาวประเภทสองรุมทำร้าย ในจำนวนนั้นคือ น.ส.ศุภลักษณ์ อายุ 29 ปี ทำร้ายร่างกาย โดยกระชากผมและตบหน้า เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเชิญตัว น.ส.ศุภลักษณ์ไปสอบสวนที่ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์

นายเอเปิดเผยว่า ลูกสาวได้หนีหายออกจากบ้านไปเมื่อเดือนสิงหาคม 2559 ซึ่งตนได้แจ้งความเด็กหายไว้ที่ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ กระทั่งเพิ่งได้รับโทรศัพท์จากลูกสาว ขอความช่วยเหลือ บอกว่าถูกทำร้าย บังคับให้ยืนขายบริการอยู่บริเวณหน้าหมู่บ้านรัตนโกสินทร์ 200 ปี จึงเข้าแจ้งตำรวจ และตามมาพบลูกสาวถูกกลุ่มหญิงสาวและสาวประเภทสองที่ยืนขายบริการทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ จึงเข้าช่วยเหลือไว้ได้ สอบถามได้ความว่า ลูกสาวถูกเพื่อนชักจูงไปทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง แต่เมื่อเข้าทำงานกลับถูกบังคับให้เร่ขายบริการ โดยมีหญิงสาวและสาวประเภทสองที่ขายบริการอยู่แล้วคอยควบคุม หากขัดขืนก็จะรุมทำร้าย

ขณะที่เด็กหญิงเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ตนได้หนีออกจากบ้านและมาหางานทำ ซึ่งเพื่อนได้แนะนำให้มาทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟที่ร้านอาหาร แต่เมื่อมาถึงกลับบังคับให้ขายบริการ และให้ทำหลายครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งจะต้องจ่ายเงินค่านายหน้าให้แม่เล้า และบางครั้งก็ไม่ได้เงิน อีกทั้งตนเองก็ถูกชักชวนให้เสพยาเสพติดจนเมาก่อนจะให้ขายบริการ โดยแต่ละครั้งจะได้ค่าตัวราคา 1,100-1,500 บาท ซึ่งตนเองจะได้เงิน 500 บาท ส่วนที่เหลือแม่เล้าจะเก็บเป็นค่านาย
หน้า กระทั่งล่าสุด ตนเองมีประจำเดือน แต่ถูกบังคับให้ไปขายบริการ ตนจึงปฏิเสธ และจะขอไปทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟในร้านอาหารอีกแห่งหนึ่ง ทำให้แม่เล้าโกรธ สั่งให้ลูกน้องรุมทำร้ายตน จึงได้โทรศัพท์ถึงพ่อให้มาช่วยเหลือ

หลังสอบปากคำ ตำรวจบอกว่าเนื่องจากผู้เสียหายเป็นเยาวชนอายุเพียง 13 ปี จึงนัดมาอีกปากคำอีกครั้งต่อหน้าสหวิชาชีพ ส่วน น.ส.ศุภลักษณ์ เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกาย และจะได้สอบสวนหาพยานหลักฐานเพื่อแจ้งข้อหาอื่นต่อไป

12 เหตุผลที่คุณควรเปลี่ยนมากิน “ข้าวไรซ์เบอร์รี่”

 

กระแสข้าวไรซ์เบอร์รี่กำลังมาแรง และเราก็ยินดีที่จะให้กระแสนี้อยู่ด้วยกันกับคนไทยไปนานๆ เพราะของดีของเด็ดอยู่ในมือคนไทยแล้ว ไม่อยากให้คนไทยต้องเสียเงินไปซื้ออาหารเสริมอื่นๆ ให้เปลืองเงิน เพราะข้าวดีๆ ในบ้านเราทั้งรสชาติดี และมีประโยชน์มากเสียจนเราไม่อยากให้พลาด

เรามาดูกันดีกว่าว่า ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ที่ได้มาจากการผสมข้ามพันธุ์ระหว่างข้าวเจ้าหอมนิล กับข้าวขาวหอมมะลิ 105 มีประโยชน์อย่างไรต่อร่างกายบ้าง

12 เหตุผลที่คุณควรเปลี่ยนมากิน “ข้าวไรซ์เบอร์รี่”

1.มีโอเมก้า 3 ที่ช่วยในการทำงานของระบบประสาท สมองและตับ

2.ลดไขมัน คอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ในหลอดเลือด

3.กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้กับผิว ให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง สดใส

4.ลดอัตราเสี่ยงของโรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือดสมอง และหัวใจ

5.ป้องกันโรคเหน็บชา

6.มีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยลดเความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็ง

7.แก้ท้องเสีย ท้องร่วง

8.ป้องกันจอประสาทตาเสื่อม

9.ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ

10.ลดระดับน้ำตาลในเลือด จึงช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวาน

11.ลดความดันโลหิตสูง

12.มีกากใยอาหาร ที่เป็นประโยชน์ต่อระบบการขับถ่าย

วิธีการหุงข้าวไรซ์เบอร์รี่ให้อร่อย

ปกติแล้วข้าวไรซ์เบอร์รี่มักจะสีในแบบที่ยังมีเยื่อหุ้มเมล็ดติดมาด้วย ดังนั้นจึงอาจทำให้เวลาหุงข้าวไรซ์เบอร์รี่แล้วดูไม่ค่อยฟูขึ้นหม้อเท่าที่ควร และข้าวอาจจะไม่นุ่มมากเท่าข้าวขาว

ใครที่ไม่คุ้นชินกับรสชาติของข้าวไรซ์เบอร์รี่ในช่วงแรกๆ อาจผสมหุงกับข้าวหอมมะลิอัตราส่วน 1:1 หรืออาจจะลองใส่น้ำในอัตราส่วน 1:2 ก็ได้ แล้วหม้อที่ใช้หุงด้วยค่ะ

หรือจะลองแช่ข้าวในน้ำก่อน 2-3 ชั่วโมงแล้วค่อยหุง ก็จะได้ข้าวไรซ์เบอร์รี่ที่นุ่มขึ้นมาก

ลองหาข้าวไรซ์เบอร์รี่มาทานกันดูนะคะ รับรองว่าได้ประโยชน์ดีๆ พร้อมกับรสชาติอร่อยๆ ทานเท่าไรก็ไม่มีวันเบื่อแน่นอน

“สมูทตี้” อาจไม่ใช่เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ

 

 

นักโภชนาการชาวอังกฤษพบว่า การดื่ม “สมูทตี้” หรือน้ำผลไม้ปั่น และรับประทานโยเกิร์ตไขมันต่ำ อาจทำให้คุณยิ่ง “อ้วน” กว่าเดิม จากน้ำตาลที่มีอยู่มากอย่างไม่น่าเชื่อ

นางสาว แคทเธอรีน แมธทิวส์ หนึ่งในทีมนักโภชนาการของ “เทสโก้” เครือบริษัทซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้าปลีกรายใหญ่จากอังกฤษ กล่าวว่า จริงอยู่ที่น้ำผลไม้และน้ำผักคั้นสดอุดมด้วยวิตามินและเกลือแร่ แต่ก็เต็มไปด้วยน้ำตาลเช่นกัน และน้ำเพื่อสุขภาพเหล่านี้บางชนิดอาจมีน้ำตาลมากกว่าน้ำอัดลมเสียอีก

แมทธิวส์ยกตัวอย่างสมูทตี้รสมะม่วง ที่ประกอบด้วยเนื้อมะม่วงสุก สับปะรด และกล้วย ที่ไม่น่าเชื่อว่าเพียง 100 มิลลิลิตร จะมีน้ำตาลมากถึง 15.7 กรัม เมื่อเทียบกับน้ำอัดลมในปริมาณเท่ากัน ที่มีปริมาณน้ำตาล 10.6 กรัม หรือเปรียบเทียบให้ชัดกว่านี้ คือสมูทตี้ 330 มิลลิลิตร ให้พลังงาน 150 กิโลแคลอรี ขณะที่น้ำอัดลมปริมาณ 300 มิลลิลิตร ให้พลังงาน 139 กิโลแคลอรี

นอกจากนี้ สมูทตี้รสบลูเบอร์รีผสมทับทิม 250 มิลลิลิตร ให้พลังงาน 171 กิโลแคลอรี มีน้ำตาลมากถึง 34.3 กรัม ถือเป็นปริมาณน้ำตาลเท่ากับการรับประทานโดนัทเคลือบน้ำตาลขนาดปกติ 3 ชิ้นครึ่ง
ขณะที่โยเกิร์ตไขมันต่ำ บิสกิตและขนมปังกรอบที่มีการโฆษณาว่า เหมาะสำหรับการควบคุมน้ำหนักนั้น แท้จริงแล้วให้พลังงานมากกว่าผลิตภัณฑ์เดียวกันที่มีรสชาติปกติ เนื่องจากการสกัดไขมันออกทำให้ผู้ผลิตต้องเพิ่มน้ำตาลเข้าไป เพื่อไม่ให้รสชาติเปลี่ยน

ข้อมูลของศูนย์วิจัยเทสโก้สอดคล้องกับรายงานของสมาคมควบคุมโภชนาการของอังกฤษ ที่เสนอรายงานก่อนหน้านี้ว่า การดื่มน้ำผลไม้บางชนิดอาจทำให้ฝันผุได้ เนื่องจากกรดผลไม้สามารถทำลายเคลือบฟัน
อย่างไรก็ตาม แมทธิวส์ยืนยันผลการศึกษาที่ออกมา ไม่ได้หมายความว่า การดื่มสมูทตี้ รับประทานโยเกิร์ต และขนมปังไขมันต่ำเป็นสิ่งไม่ดี แต่หากเป็นไปได้ ผู้ที่ต้องการควบคุมหรือลดน้ำหนักอย่างจริงจัง ควรทำสมูทตี้ดื่มเองโดยไม่เพิ่มน้ำตาล นม หรือสารปรุงแต่งรสอื่นลงไป และรับประทานผักสดหรือผลไม้สด แล้วระหว่างให้วันดื่มน้ำเปล่าแทน แต่หากต้องการรับประทานขนมปัง ให้เลือกขนมปังธัญพืช 100% เนื่องจากขนมปังสีน้ำตาลหรือสีดำ อาจไม่ใช่ขนมปังเพื่อสุขภาพที่ “แท้จริง” เสมอไป

อากาศหนาวแบบนี้…ดูแลผิวยังไงดีนะ?

 

“ฤดูหนาว” คงเป็นฤดูกาลโปรดของใครหลายๆ คน แต่ถึงแม้หน้าหนาวอากาศจะดี ถูกอกถูกใจหลายๆ คน แต่สิ่งที่จะลืมไม่ได้เลยก็คือการดูแลสุขภาพ รักษาผิวให้สวยใส เนียนนุ่ม เพราะในช่วงฤดูหนาว อุณหภูมิจะลดลง ความชื้นในอากาศก็จะน้อยลง ทำให้อากาศรอบๆ ตัวเราแห้ง น้ำในผิวหนังจะระเหยผ่านผิวหนังออกมาสู่บรรยากาศ ดังนั้น คนที่ไม่ดูแลผิว ปล่อยปะละเลย จะเริ่มรู้สึกถึงความอาการคันยิบๆ ผิวลอกเป็นขุยขาวๆ หรือหนักสุดเลยก็คือปากแตกจนเลือดออกซิบๆ ซึ่งนอกจากจะดูไม่สวยงามแล้ว การปล่อยให้ผิวแห้งยังเป็นผลเสียต้อสุขภาพของเราด้วย ดังนั้นเรามาเรียนรู้การดูแลผิวในหน้าหนาวเสียตั้งแต่วันนี้ก็ยังไม่สายค่ะ
1 ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ ไม่ว่าจะฤดูหนาวหรือฤดูไหน ก็ควรควรดื่มน้ำให้ได้วันละ 1.5 – 2 ลิตร หรือ ประมาณ 8-10 แก้วต่อวัน เนื่องจากในหน้าหนาวอากาศจะแห้ง น้ำจึงระเหยออกจากผิวมากเป็นพิเศษ เพราะในช่วงที่มีอากาศหนาวจัด น้ำที่เราดื่มเข้าไปจะไม่ได้ถูกขับเป็นเหงื่อเลย จึงต้องขับออกมาทางปัสสาวะแทน จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมเวลาอากาศหนาวเราจึงฉี่บ่อยค่ะ ดังนั้นควรดื่มน้ำเยอะๆ เพื่อชดเชยน้ำที่สูญเสียไป ผิวจะได้ไม่แห้งเสียยังไงล่ะคะ เป็นวิธีดูแลผิวหน้าหนาวที่ไม่ยากเลยใช่ไหมค่ะ
2 ใส่เสื้อแขนยาวและกางเกงขายาว เพื่อลดการสัมผัสกับความแห้ง ผิวหนังจะได้ไม่สูญเสียความชุ่มชื้นไปมากกว่าเดิม และอย่าลืมทาโลชั่นหลังอาบน้ำทุกครั้งไม่ว่าจะตอนเช้าหรือก่อนเข้านอนนะคะ
3 หลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่น เข้าใจว่าอากาศหนาวๆ เจอน้ำเย็นเข้าไป ร่างกายเหมือนจะแตกเป็นเสี่ยงๆ แต่ก็ควรพยายามสลับอาบน้ำอุ่นกับน้ำเย็นบ้าง เป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับดูแลผิวหน้าหนาว เพื่อผิวจะได้ไม่แห้งกร้านจนเกินไป หรืออาจอาบน้ำที่อุณหภูมิประมาณ 30 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิกลางๆ ไม่เย็นและไม่ร้อนจนเกินไปค่ะ
4 หลีกเลี่ยงการอบซาวน่า ซาวน่าเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งในหน้าหนาวคือ เนื่องจากเป็นการดูดเอาความชุ่มชื้นที่มีอยู่ในผิวของเราให้หายไป ซึ่งในหน้าหนาวนั้นผิวหนังของเรานั้นต้องการความชุ่มชื้นมากเป็นพิเศษ ดังนั้นช่วงนี้ควรงดการอบซาวน่าไปก่อนจะดีกว่าค่ะ
5 ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า แน่นอนว่าไม่ว่าฤดูไหนเราก็ควรใช้ครีมบำรุงผิวอยู่แล้ว แต่ในฤดูหนาวนั้นหากผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าที่ใช้อยู่มีเนื้อบางเบา ขอให้เก็บเข้าตู้เย็นไปก่อน แล้วยอมลงทุนเพิ่มอีกหน่อย ซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเนื้อเข้มข้นหรือชนิดที่เป็นเนื้อครีมหนาๆ มาใช้ เพราะผลิตภัณฑ์บำรุงผิวแบบเนื้อครีมจะช่วยป้องกันน้ำระเหยออกจากผิวไดเป็นอย่างดี และควรเลือกปรนนิบัติผิวก่อน 4 ทุ่ม เพราะช่วงเวลาระหว่าง 3 – 4 ทุ่ม นั้น เซลล์ผิวจะทำงานซ่อมแซมตัวมันเอง แถมยังเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่ทาครีมแก้สิวในตอนกลางคืนอีกด้วย เพราะอุณหภูมิในตัวคุณจะสูงขึ้นราว 1-2 องศาเซลเซียส ซึ่งจะทำให้รูขุมขนเปิดกว้างขึ้น และทำให้เนื้อครีมที่คุณลูบไล้ลงบนผิวก่อนนอนซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ดีขึ้น และเพื่อช่วยให้เนื้อครีมซึมซาบได้ดียิ่งขึ้นไปอีก ให้ใช้น้ำอุ่นปะพรมบนใบหน้าก่อนหรือทำให้ครีมบำรุงอุ่นขึ้นด้วยการถูฝามือหลังป้ายเนื้อครีมแล้ว จากนั้นจึงค่อยลูบไล้ให้ทั่วผิวหน้า วิธีนี้จะทำให้ครีมบำรุงซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ดีที่สุด เป็นการดูแลผิวหน้าช่วงหน้าหนาวที่ได้ผลอย่างแน่นอนค่ะ
รู้เทคนิคการดูแลผิวหน้าหนาวไปแล้ว ก็อย่าลืมดูแลร่างกายจากภายใน โดยการทานผักผลไม้ งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ชา กาแฟ หลีกเลี่ยงแดด ลมแรง ใช้โลชั่นหรือครีมกันแดดสม่ำเสมอด้วยนะคะ ผิวสวยจะได้อยู่คู่กับเราไปนานๆ

ฮวงจุ้ยกับตู้ปลา

 

 

ตามความเชื่อของชาวจีน ฮวงจุ้ย หมายถึง ศาสตร์ของการจัดที่อยู่อาศัย ที่อาศัยความสัมพันธ์ของธาตุทั้งสี่ นั่นคือ ดิน น้ำ ลม ไฟ เชื่อกันว่าหากจัดบ้านให้ถูกต้องตามโฉลกแล้ว จะช่วยเสริมส่งให้เจ้าของบ้านเจริญรุ่งเรือง มีเงินทองไหลมาเทมา ปราศจากพลังร้ายทั้งปวง นอกจากการจัดวางสิ่งของทั่วไปภายในบ้านแล้ว สิ่งหนึ่งที่บ้าน และบริษัทต่างๆ นิยมใช้เพื่อตกแต่ง และผ่อนคลายสายตา ก็คือ ตู้ปลา หรือ บ่อเลี้ยงปลา นั่นเอง

การจัดตู้ปลาให้ถูกหลักฮวงจุ้ย เชื่อว่าจะช่วยดึงดูดเงินเข้าบ้าน ให้ผู้อยู่อาศัยเจริญรุ่งเรือง ร่ำรวยยิ่งๆ ขึ้นไป ซึ่งมีหลักง่ายๆ ดังนี้

1. รูปร่างของตู้ปลา

ลักษณะของตู้ปลาที่ดี ควรเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมยาว เป็นธาตุไม้ เชื่อว่าจะส่งเสริมให้เจ้าของบ้านเจริญก้าวหน้า เพราะน้ำจะช่วยให้ไม้เติบโต หรือว่าจะเลือกเป็นทรงกลมก็เป็นมงคลเช่นกัน เพราะทรงกลมจัดว่าเป็นธาตุน้ำ จะช่วยเสริมส่งพลังน้ำด้วยกันให้ดียิ่งขึ้น

ถ้าเป็นบ่อปลา หรือสระน้ำ ต้องมีลักษณะของโค้งมน ไม่มีเหลี่ยม หรือมุมแหลม ซึ่งมีลักษณะที่เป็นภัยกับเจ้าของบ้าน

2. การจัดวาง

ตำแหน่งของตู้ปลา บ่อปลา หรือสระน้ำ ก็มีความสำคัญมากเช่นเดียวกัน ควรจัดวางให้ตู้ปลา อยู่ในทิศที่ถูกกับธาตุน้ำ เช่น ทิศเหนือ ทิศตะวันออก และทิศตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งตามหลัก ฮวงจุ้ย ธาตุที่ประจำอยู่ตามทิศต่างๆ มีดังนี้

ธาตุน้ำ ประจำอยู่ทิศเหนือ

ธาตุดิน ประจำอยู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และตะวันตกเฉียงใต้

ธาตุไม้ ประจำอยู่ทิศตะวันออก และทิศตะวันออกเฉียงใต้

ธาตุไฟ ประจำอยู่ทิศใต้

ธาตุทอง ประจำอยู่ทิศตะวันตก และทิศตะวันตกเฉียงเหนือ

นอกจากจะตั้งตู้ปลาให้ถูกตามทิศแล้ว ถ้าเป็นทิศที่มีประตูใหญ่อยู่ด้วย จะถือว่าเป็นมงคลมาก เพราะประตูใหญ่นั้นเป็นจุดที่กระตุ้นการไหลเวียนของโชคลาภ ให้เงินทองไหลมาไม่ขาดสาย

ถ้าที่อยู่อาศัย หรือที่ทำงานตั้งอยู่ตรงทางสามแพร่งพอดี สามารถแก้ได้ด้วยการนำน้ำพุมาตั้งไว้บริเวณนั้น เพื่อลดความชั่วร้ายต่างๆ ที่จะเข้ามา ให้กระจายเป็นพลังที่ดี

3. ลักษณะที่ดีของตู้ปลา

ตู้ปลา หรือบ่อเลี้ยงปลา ควรมีการไหลเวียนของน้ำ ให้น้ำเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งตามหลักฮวงจุ้ย หมายถึง ลักษณะของเงินที่หมุนเวียนเข้ามาเรื่อยๆ

น้ำที่ใช้เลี้ยงปลา ควรจะใส สะอาด มองเห็นตัวปลา มองแล้วรู้สึกผ่อนคลาย และสบายใจ

4. เลี้ยงปลาอะไรดี

ปลาที่นิยมเลี้ยงกัน และถือว่าจะนำพาความร่ำรวย โชคดี และความเจริญต่างๆ มาให้ ได้แก่ ปลาเงินปลาทอง ปลาคาร์ฟ และปลาอะโรวาน่า หรือที่นิยมเรียกกันว่า ปลามังกรนั่นเอง

เมื่อเลือกชนิดของปลาที่จะเลี้ยงแล้ว ก็ควรเลือกปลาตัวที่มีลักษณะดีด้วย นั่นคือ ควรดูลักษณะการว่ายของปลา ไม่เลือกปลาที่ว่ายหัวทิ่ม นอกจากนี้ ควรพิจารณาสีสัน และรูปทรงของปลา ให้ดูแล้วสง่างามด้วย

จำนวนของปลาที่นิยมเลี้ยง คือ 1, 4 หรือ 9 ตัว ซึ่งถือว่าเป็นเลขมงคล จะเลือกเลี้ยงจำนวนเท่าใดก็ควรคำนึงถึงขนาดของตู้ปลา และธรรมชาติของปลาชนิดนั้นๆ ว่าชอบอยู่เดี่ยวๆ หรืออยู่รวมกันเป็นกลุ่ม