ตม.ห้าม ‘บอส’ ออกนอกประเทศไม่ได้ เพราะไม่มีคำสั่งศาล

ตม. ระบุ ตร. ห้าม “บอส วรยุทธ” เดินทางออกนอกประเทศไม่ได้ เพราะไม่มีคำสั่งศาล

พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กล่าวถึงติดตามตัว นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ทายาทเครื่องดื่มกระทิงแดง ผู้ต้องหาหนีหมายจับ ว่า หน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการติดตามตัว ส่วนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง มีหน้าที่เช็คการเดินทางเข้าออกประเทศเท่านั้น ถ้าหากนายวรยุทธ เข้ามาไทยระบบก็จะแจ้งเตือน

ส่วนกรณีของนายวรยุทธ ได้เดินทางออกไปก่อนที่ศาลจะออกหมายนั้น ก่อนหน้าพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ก็ไม่ได้มีคำสั่งห้ามออกนอกประเทศ เนื่องจากเป็นคดีขับรถชน เป็นคดีประมาท ไม่ใช่คดีอุกฉกรรจ์ และนายวรยุทธ ก็ได้มอบตัวและขอสู้คดี ดังนั้นจึงไม่มีคำสั่งห้ามออกนอกประเทศ ซึ่ง สตม. เป็นเพียงหน่วยปฏิบัติ ไม่มีอำนาจสั่งห้ามใครเข้าออกอยู่แล้ว เขาก็สามารถเดินทางเข้าออกได้อย่างอิสระ
สำหรับข้อมูลการเดินทางเข้าออกของนายวรยุทธ พบว่ามีการเดินทางเข้าออกประเทศหลายครั้ง ล่าสุดเข้ามาเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2560 และเดินทางออกไปเมื่อวันที่ 25 เมษายนที่ผ่าน มีปลายทางที่ประเทศสิงคโปร์ ส่วนจะเดินทางออกไปที่ไหนหรือประเทศใดต่อนั้นไม่สามารถเช็คได้ เพราะอยู่นอกเหนือประเทศไทยแล้ว

ส่วนกรณีที่สังคมวิพากษ์วิจารณ์ว่าตำรวจสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง มีส่วนช่วยเหลือนายวรยุทธหลบหนีนั้น เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว อย่างที่ย้ำว่าสำนักตรวจคนเข้าเมืองเป็นหน่วยปฏิบัติ ไม่มีอำนาจสั่งห้ามใครเข้าออก

“ป่ากางเกงใน” สวรรค์รักร่วมเพศ เสร็จกิจแล้วต้องแขวนเช็คอิน

 

 

สุดอึ้ง ป่ากางเกงใน แหล่งมั่วสุมชายรักชาย ใช้พื้นที่ป่ารกร้างไม่ใกล้จากชุมชนปฏิบัติกามกิจ ทิ้งซากถุงยางอนามัยและแขวนกางเกงไว้เป็นสัญลักษณ์

(4 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ ตรวจสอบป่ารกร้างบริเวณใกล้ชุมชน ต.ท่าสองคอน อ.เมือง จ.มหาสารคาม เพื่อตรวจสอบหลังเกิดกรณีกระแสการแชร์และติดแฮชแท็ค ข้อความว่า #ป่ากางเกงใน ทั้งในเฟซบุคและทวิตเตอร์ โดยพื้นที่ดังกล่าวอยู่บริเวณฝั่งทิศตะวันออกของตำบล มีทางเข้าค่อนข้างเปลี่ยวและมีทางเดินเล็กๆ ให้เดินต่อเข้าไปอีกประมาณ 100 เมตร จนถึงจุดที่เรียกว่าป่ากางเกงใน ซึ่งจะพบการซากกล่องและถุงยางอนามัยที่ใช้แล้วหลายสิบชิ้นตกเรี่ยราด กระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ มีหลอดเจลหล่อลื่น และมีแผ่นป้ายไวนิลปูอยู่ที่พื้น

นอกจากนี้เมื่อมองไปที่ต้นไม้ที่อยู่บริเวณรอบ ๆ ยังมีภาพที่ทำให้ตกตะลึง คือ พบกางเกงในหลากสี ขนาดและยี่ห้อหลายสิบตัวถูกห้อยตามกิ่งไม้เหมือนเป็นการแสดงสัญลักษณ์บางอย่างในพื้นที่
ด้านชาวบ้านที่อยู่ใกล้บริเวณนี้รายหนึ่ง กล่าวว่า สถานที่นี้เป็นมีทางเข้าที่เปลี่ยวและภายในเป็นป่ารก ไม่ค่อยมีผู้คนเดินทางผ่าน ที่ผ่านมาเคยได้ยินว่ามีกลุ่มวัยรุ่นมามั่วสุมกันในเวลากลางคืนและมีกิจกรรมทางเพศกัน โดยเฉพาะกลุ่มชายรักชาย เมื่อเสร็จกิจจะนำกางเกงในตนเองไปแขวนไว้ที่ต้นไม้เพื่อแสดงสัญลักษณ์ว่าเคยมาที่ป่าแห่งนี้แล้ว ขณะที่บางส่วนจะถ่ายรูปและนำภาพที่แสดงถึงการได้มีเพศสัมพันธ์ที่ป่ากางเกงในไปโพสในสื่อโซเชียลเพื่ออวด โดยติดแฮชแท็ก #ป่ากางเกงใน จนต่อมาได้มีคนมายังสถานที่นี้และทำตามมากขึ้นเรื่อยๆ

จ่าเอกขับรถเก๋งชนจักรยานยนต์พันจ่ากระจุย ร่างกระเด็นไปไกล

 

(3 พ.ค.) ร.ต.อ.ทรงศักดิ์ คำกอง รองสารวัตรสอบสวน สภ.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ ชลบุรี ได้รับแจ้งรถเก๋ง ชน จยย มีผู้ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส เหตุเกิดบริเวณกลางแยกไฟแดง ถนนสุขุมวิท ขาเข้าสัตหีบหน้าหน่วยบัญชาการกองเรือยุทธการ หมู่ 2 ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถาน รุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุกลางถนนแยกไฟแดง เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังช่วยกันปั้มหัวใจ พันจ่าตรี วิชาญ ระวรรณวงษ์ อายุ 50ปี ข้าราชการเรือหลวงกระบุรี ในสภาพได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส ซี่โครงหัก ขาซ้ายหัก ก่อนเจ้าหน้าที่จะช่วยกันนำส่ง รพ. สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ห่างไปพบรถจักรยานยนต์ซูซูกิ สแมช สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ในสภาพพังเสียหายยับเยินอยู่ภายในคูน้ำข้างถนน กลางถนนพบรถ เก๋ง โตโยต้า วีออส สีขาว กษ-385 ระยอง ในสภาพด้านหน้าพังเสียหาย พุ่งชนจนเสาไฟฟ้าส่งแสงสว่างกลางถนนล้มพังเสียหาย โดยมี จ่าเอกธีระพงษ์ อายุ 24 ปี ข้าราชการกองทัพเรือ คนขับยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจ
จากการสอบถาม จ่าเอกธีระพงษ์ คนขับรถเก๋งทราบว่า ขณะขับกลับมาจากทำธุระ วิ่งมาตามถนนสุขุมวิท พอมาถึงแยกไฟแดง เป็นจังหวะสัญญานไฟกระพริบทุกด้านขณะขับผ่านแยกไฟแดง ผู้ตายได้ขี่ จยย เลี้ยวตัดหน้าอย่างกระทันหัน เพื่อจะเข้าค่ายกองเรือยุทธการ ซึ่งได้พยายามเบรก แต่ไม่ทันทำให้พุ่งชนเข้ากลางลำจักรยานยนต์อย่างแรง ก่อนที่รถจะเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าส่องสว่างกลางถนน จนได้รับความเสียหายดังกล่าว

เบื้องต้นได้เจ้าหน้าที่ได้ทำบันทึกที่เกิดเหตุก่อนจะเรียกพยานที่เห็นเหตุการณ์มาสอบสวนเพื่อหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพสุดช็อก! เครื่องบินตกต่อหน้า ระหว่างจอดรถติดไฟแดง

 

เครื่องบินโฉบบินลงฉุกเฉิน ตัดหน้ารถยนต์จอดติดไฟแดง เกิดเปลวไฟลูกใหญ่ต่อหน้าต่อตา ก่อนเครื่องบินจะร่วงลงสู่พื้นที่ ปาฏิหาริย์ไม่มีใครเป็นอะไรสักคนเดียว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ภาพจากกล้องวิดีโอหน้ารถยนต์คันหนึ่ง สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์น่าสะพรึง เมื่อเครื่องบินเล็กลำหนึ่งค่อยๆ สูญเสียการทรงตัว และพยายามจะนำเครื่องลงจอดที่พื้นถนน แต่ปรากฏว่าทำไม่สำเร็จ ตกกระแทกพื้นทำให้เกิดลูกไฟขึ้นต่อหน้ารถยนต์จำนวนหนึ่งที่จอดติดสัญญาณไฟแดงอยู่ที่ทางแยก

ตามรายงานระบุว่าเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณชานเมือง ทางตอนเหนือของเมืองซีแอทเติล รัฐวอชิงตัน เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา สื่อท้องถิ่นได้ยืนยันอุบัติเหตุเครื่องบินตกจากสื่อโซเชียลมีเดียว หลังมีจากแชร์คลิปภาพลงทวิตเตอร์ เมื่อสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นก็พบว่ามีเหตุการณ์เกิดขึ้นจริง

สำหรับเหตุดังกล่าว เกิดขึ้นเวลาประมาณ 15.40 น. ของวันที่ 2 พฤษภาคม บริเวณถนนไฮเวย์เมืองมูคิลเทโอ เครื่องบินขนาดเล็กที่เชื่อว่าน่าจะเพิ่งบินขึ้นจากสนามบินไพน์ฟิลด์ ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกัน เกิดการสูญเสียการควบคุมอย่างกะทันหัน หลังจากที่เทคออฟออกมาได้เพียงไม่กี่วินาที นักบินพยายามนำเครื่องบินลงที่พื้นถนน แต่ปรากฏว่าเครื่องบินเกี่ยวกับสายไฟฟ้า ก่อนจะลงกระแทกสู่พื้น ทำให้สะเก็ดไฟกลายเป็นเปลวเพลิงขนาดใหญ่ตามคลิปที่ปรากฏ

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต นักบินที่บังคับเครื่องบินลำดังกล่าวปลอดภัยดี เครื่องบินได้รับความเสียหาย ขณะที่เปลวเพลิงไม่ได้ไหม้ลุกลามไปยังพื้นที่อยู่อาศัยใกล้เคียง นับว่าเป็นความโชคดีที่ไม่กลายเป็นเหตุโศกนาฏกรรม

แม่ใจสลาย! ลูก 3 คน จมน้ำดับ เผยฝันเห็นชายแก่หัวเราะเยาะ

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (3 พ.ค.) เมื่อเวลา 14.30 น. วันนี้ เจ้าหน้าที่ศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการจังหวัดมหาสารคาม 1669 ได้รับแจ้งว่า มีเหตุเด็กจมน้ำจำนวน 3 ราย อยู่ที่บึงบ้านท่า หรือบึงคันชา ซึ่งเป็นบึงน้ำขนาดใหญ่ อยู่ระหว่างบ้านโพนสวาง ต.โพนทอง และบ้านโนนสังข์ ต.หนองบอน อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม

ที่เกิดเหตุชาวบ้านได้นำตัวเด็กหญิงขึ้นมาจากน้ำแล้ว 2 ราย เจ้าหน้าที่ได้ทำการปั๊มหัวใจเพื่อช่วยเหลือเป็นการด่วน ส่วนอีกรายได้ให้นักประดาน้ำลงไปงมหากว่า 20 นาทีจึงพบ ซึ่งทั้งหมดเสียชีวิต เจ้าหน้าที่จึงได้นำศพเด็กทั้ง 3 ส่งที่โรงพยาบาลโกสุมพิสัย

จากการสอบถาม นางสาวบุหงา อายุ 34 ปี ซึ่งเป็นแม่ของเด็กทั้ง 3 เล่าว่า ตนเองมีลูกทั้งหมด 5 คน น้องทั้งสามที่จมน้ำเสียชีวิต ชื่อ น้องกาญ อายุ 9 ปี, น้องบีม อายุ 7 ปี และ น้องแพรวา อายุ 2 ปี โดยเมื่อช่วงเวลาประมาณสิบโมงเช้า ได้พาเด็กทั้ง 3 และหลานชายอีก 1 คน ไปเก็บบัว ที่บึงคันชา เพื่อเตรียมนำไปขายที่ตลาด

ซึ่งทุกครั้งที่ไปเก็บบัว เด็กๆ จะพากันเล่นอยู่บนคันดิน ซึ่งสูงจากบึงน้ำประมาณ 3 เมตร โดยแม่ได้ลงไปเก็บบัวในบึงน้ำ ต่อมาหลานชายได้เจอปลาช่อนตัวใหญ่ขนาดเท่าต้นขาหนึ่งตัว จึงได้ตะโกนว่าตนเองได้ปลาช่อนตัวใหญ่ จึงได้นำไปใส่ไว้ในถุงปุ๋ย จากนั้นไม่นานตนก็ขึ้นจากน้ำแต่กลับไม่พบลูกทั้งสามคนจึงได้ออกตามหา

พอดีมีคนในหมู่บ้านผ่านมาจึงได้ร้องเรียกให้ช่วยเหลือ ต่อมาก็พบน้องแพรวา ลูกสาววัย 2 ขวบ ลอยขึ้นมาจากน้ำ จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ให้รีบมาช่วยปั๊มหัวใจ จากนั้นก็พบน้องบีม ลูกสาววัย 7 ขวบ ส่วนน้องกาญ ลูกสาววัย 9 ขวบ ต้องให้นักประดาน้ำช่วยงมหาพบอยู่ห่างจากฝั่งประมาณ 3 เมตร ซึ่งทั้งหมดเสียชีวิต เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวส่งที่โรงพยาบาลโกสุมพิสัย โดยตนไม่คิดว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นกับลูกของตน

ซึ่งก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุเมื่อคืนที่ผ่านมา ตนเองฝันว่าลูกสาวคนเล็กจมน้ำ ตนจึงได้เข้าช่วยเหลือลูก และเห็นคนแก่เป็นผู้ชายมายืนหัวเราะตน ตนจึงได้ถามว่าคนแก่คนนั้นว่าเป็นคนบ้านไหน ทำให้มายืนหัวเราะแบบนี้ แต่คนแก่คนนั้นก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา ซึ่งตนก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะว่ามันเป็นเพียงแค่ความฝัน รุ่งขึ้นตนจึงได้พาลูกออกมาหาเก็บบัวในบึงเป็นปกติ แต่ก็ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

โดยที่โรงพยาบาลโกสุมพิสัย มีบรรดาญาติพี่น้องของเด็กหญิงทั้งสามที่ทราบข่าวต่างก็เดินทางมาที่โรงพยาบาลเป็นจำนวนมาก จากนั้นพ่อของเด็ก คือ นายเรวัติ ก็ได้เดินทางมาถึงโรงพยาบาล เมื่อทราบว่าลูกทั้งสามเสียชีวิตแล้ว ก็ถึงกับเข่าอ่อน ทรุดลงไปกองกับพื้น เพื่อนบ้านและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลต้องช่วยกันประคอง และนำตัวไปปฐมพยาบาล

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้พิมพ์ลายนิ้วมือเด็กทั้งสามเสร็จ ก็ได้เรียกให้พ่อกับแม่มาเรียกน้องกลับบ้าน ซึ่งทั้งพ่อและแม่ก็ต่างร้องไห้ เรียกชื่อน้องกาญ น้องบีม และน้องแพรวากลับบ้าน เป็นที่น่าเวทนาแก่ผู้พบเห็น โดยศพเด็กทั้งสาม จะตั้งสวดอภิธรรมที่วัดใต้ชัยมงคล หมู่ 14 บ้านแพง ต.แพง อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม ก่อนทำการฌาปนกิจต่อไป

ผู้โดยสารใช้ห้องน้ำผิดเวลา ถูกเชิญลงจากเครื่องบิน

 

เกิดเหตุการณ์เชิญผู้โดยสารลงจากเครื่องบิน เมื่อผู้โดยสารรายหนึ่ง เกิดปวดปัสสาวะ ลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำ ซึ่งเป็นช่วงจังหวะที่เครื่องกำลังจะขึ้นบินพอดี

เมื่อวันที่ 18 เมษายนที่ผ่านมา บนเที่ยวบินหนึ่งของสายการบินเดลต้า แอร์ไลนส์ ที่กำลังจะเดินทางจากสนามบินเมืองแอตแลนต้า โดยมีปลายทางอยู่ที่เมืองมิลวอกกี มีผู้โดยสารชายคนหนึ่งทราบชื่อภายหลังว่าคือนายไคม่า แฮมิลตัน เกิดปวดปัสสาวะขึ้นมากะทันหัน จึงลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำ โดยไม่สนใจว่า จังหวะนั้น เครื่องบินกำลังจะเทคอ็อฟ หรือขึ้นจากสนามบิน

เมื่อเป็นเช่นนั้น เครื่องบินก็ไม่สามารถบินขึ้นได้ และหลังจากนั้นก็มีเจ้าหน้าที่ของสายการบินคนหนึ่ง มาเชิญตัวนายแฮมิลตันให้ลงจากเครื่อง ซึ่งในตอนแรกเขาไม่ยอมลง โดยอ้างว่าได้ซื้อตั๋วอย่างถูกต้องแล้ว แต่ในที่สุดเขาก็ยอมลงจากเครื่องแต่โดยดี และไปซื้อตั๋วของสายการบินอื่นเพื่อกลับบ้านแทน

ด้านผู้แทนสายการบิน ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า เจ้าหน้าที่ทุกคน ได้รับการฝึกเพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ แต่ขณะเดียวกันก็เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง ที่ผู้โดยสารทุกคน จะต้องปฏิบัติตัวตามข้อบังคับของสายการบิน ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของตัวผู้โดยสารเอง

ขณะเดียวกัน สายการบินยูไนเต็ด แอร์ไลนส์ สามารถตกลงกับคู่กรณี คือนายแพทย์เชื้อสายเอเชีย ที่ถูกลากลงจากเครื่องบินเมื่อช่วงต้นเดือนได้แล้ว โดยทางสายการบินยินยอมที่จะจ่ายเงินชดเชยและค่าทำขวัญให้ แต่ไม่มีการเปิดเผยว่า เงินที่จ่ายเป็นจำนวนเท่าไหร่

นายอำเภอชุมพวงกลับจากงานศพ กระบะประสานงา เจ็บสาหัส

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.05 น. สภ.พิมาย จ.นครราชสีมา ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถกระบะ 2 คัน ชนประสานงามีผู้ได้รับบาดเจ็บติดคาซากรถที่บริเวณ หลัก กม.ที่ 14-15 ถนนพิมาย-ชุมพวง บ้านหนองจิก หมู่ 9 ต.โบสถ์ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา จึงรีบรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยสว่างเมตตา จุดอำเภอพิมาย,หน่วยกู้ภัยฮุก 31 จุดอำเภอพิมายและหน่วยกู้ภัยฮุก 31 จุดำเภอชุมพวง

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูสุ รุ่นดีแม็กซ์ 4 ประตูสีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ฌร 2911 กรุงเทพมหานคร และบริเวณข้างประตูด้านหน้าซ้ายและขวามีโลโก้กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย สภาพด้านหน้าพังยับ และบริเวณที่นั่งคนขับมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสติดคาซากรถ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยจึงได้ใช้เครื่องตัดถ่างงัดร่างออกมาใช้เวลานานกว่า 30 นาที และเร่งปั้มหัวใจช่วยเหลือชีวิตและรีบนำส่ง รพ.พิมาย

ทราบชื่อภายหลังคือนายทศพล ยุทธศิลป์กุล อายุ 52 ปี ตำแหน่ง นายอำเภอชุมพวง จ.นครราชสีมา สภาพบาดเจ็บสาหัสมีบาดแผลที่ใบหน้าและพวงมาลัยรถกระแทกหน้าอกจนหมดสติ แพทย์รพ.พิมาย จึงได้ส่งต่อไปรักษาที่ รพ.มหาราชนครราชสีมา

ส่วนรถคู่กรณีเป็นรถยนต์กระบะ รุ่นดีแม็กซ์ 4 ประตู สีดำ หมายเลขทะเบียน 5 กส.8965 กรุงเทพมหานคร มีนายภูเทพ อายุ 54 ปี เป็นคนขับ และได้รับบาดเจ็บสาหัสขาขวาหักและหมดสติเช่นกัน โดยรถยนต์ของนายภูเทพฯ สภาพด้านหน้าพังยับและตกลงไปข้างทาง โดยหน่วยกู้ภัยได้นำตัวส่งโรงพยาบาลพิมายก่อนหน้านั้น

จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า นายทศพล ยุทธศิลป์กุล นายอำเภอชุมพวง จ.นครราชสีมา ได้ขับรถประจำตำแหน่งออกจากบ้านพักตัวเมืองนครราชสีมาเพื่อเดินทางไปเป็นประธานงานศพที่วัดบ้านละโว้ อำเภอชุมพวงและกลับไปทำงานตามปกติ

เมื่อรถวิ่งมาถึงที่เกิดเหตุรถนายอำเภอเกิดเสียหลักพุ่งชนกับรถกระบะที่วิ่งสวนมาอย่างจังเสียงดังสนั่นหวั่นไหวเป็นเหตุให้นายอำเภอชุมพวง บาดเจ็บสาหัส และนายภูเทพฯก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นเดียวกัน

หลังเกิดเหตุนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้รุดไปเยี่ยมอาการนายทศพลฯนายอำเภอชุมพวงที่รพ.มหาราชนครราชสีมาทันที โดยแพทย์ที่ทำการรักษาระบุว่าอาการยังน่าเป็นห่วงและยังไม่พ้นขีดอันตรายต้องอยู่ในความดูแลอย่างใกล้ชิดของแพทย์ภายในห้อง ซี ซี ยูโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา

ผัวเมียอู่ซ่อมรถพลิกชะตา ถูกรางวัลที่ 1 รับเละ 24 ล้าน

 

 

สามีภรรยาเจ้าของอู่ซ่อมรถ กลายเป็นเศรษฐีใหม่ ถูกรางวัลที่ 1 ได้เงิน 24 ล้าน เตรียมปลดล็อกหนี้ร้านตัวเอง เผยเป็นคนหมั่นทำบุญและใช้ชีวิตพอเพียง ยืนยันแม้จะรวย..ก็ยังใช้ชีวิตคู่กันเหมือนเดิม

เมื่อคืนวานนี้ (2 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก 2 สามีภรรยาเจ้าของอู่ซ่อมรถแห่งหนึ่ง โชคหล่นทำอย่างจัง ถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่ 1 ทั้งหมด 4 คู่ 8 รางวัล รวมเงินรางวัล 24 ล้านบาท ญาติพี่น้องต่างมาร่วมแสดงความยินดี ปิดอู่ฉลองครั้งใหญ่ เชื่อเป็นผลบุญกุศลที่สั่งสมมาตลอด เก็บเงินไปเป็นอนาคตของลูกชาย 2 คน

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยัง อู่ซ่อมรถสุนทรการช่าง ถนนบางขันธ์-หนองเสือ ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ก่อนจะพบกับ นางสาวกฤษดา อายุ 40 ปี อยู่กับสามี พร้อมด้วยลูกหลาน และเพื่อนที่ทราบข่าว ต่างพากันมาร่วมแสดงความยินดี และนั่งสังสรรค์กันแบบครอบครัว

โดยทั้ง 2 สามีภรรยาได้นำสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ถูก นำมาให้ผู้สื่อข่าวได้ดู เป็นสลากหมายเลข “008656” จำนวน 8 รางวัล หรือ 4 คู่ เป็นสลากกินแบ่งรัฐบาลของงวดประจำวันที่ 2 พฤษภาคม 2560 พร้อมกับได้เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.ตูชัย มีระเสียง พนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ไว้เป็นหลักฐานก่อนหน้านี้แล้ว

นางสาวกฤษดา เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าตนได้ใส่บาตร-ไหว้พระ ไหว้เจ้าที่ที่หน้าร้าน เป็นจังหวะเดียวกับที่มีคนขายล็อตเตอรี่ผ่านหน้าร้านมา คนขายมาพร้อมกับลูกสาว ตนเห็นว่าวันนี้เป็นวันหวยออก จึงได้เลือกซื้อเลข 56 ซึ่งเป็นเลขที่บ้าน ที่ร้านอู่ซ่อมรถ พบว่ามีเหลืออยู่จำนวน 4 ใบ จึงได้ซื้อไว้ทั้งหมด

จนกระทั่งผลสลากออกในช่วงบ่าย ก็เห็นว่าเลขที่ออกมาคล้ายๆ กับรางวัลที่ได้ซื้อเอาไว้ จึงได้รีบนำออกมาให้สามีดู ว่าใช่รางวัลที่ 1 หรือไม่ ขณะนั้นมีลูกค้าเข้าร้านพอดี สามีช่วยดูและก็ยืนยันว่าถูกรางวัลที่ 1 ตอนนั้นตนรู้สึกงงๆ ก่อนจะรีบโทรศัพท์ไปบอกแม่ที่อยู่ จ.หนองบัวลำภู และพากันไปที่ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อแจ้งความไว้เป็นหลักฐานก่อน โดยหลังจากนี้จะนำไปขึ้นเงินที่กองสลาก และตั้งใจว่าจะนำเงินไปให้แม่และนำไปทำบุญยกช่อฟ้าที่วัดใกล้บ้าน จ.หนองบัวลำภู

นอกจากนี้ 2 สามีภรรยายังเปิดเผยว่า ครอบครัวเราชอบทำบุญ ไหว้พระบ่อยๆ ทำความดี ไม่เบียดเบียนผู้อื่น เชื่อว่าความดีที่เราทำมาส่งผลบุญทำให้มีโชคลาภในครั้งนี้ โดยได้วางแผนไว้กับเงินอีกส่วนหนึ่ง จะนำไปปลดหนี้จ่ายค่าตึกที่เปิดร้านอยู่นี้ ที่ซื้อไว้ในราคา 7 ล้าน แต่ยังคงผ่อนชำระกับธนาคารอยู่ และจะแบ่งไว้ใช้จ่ายในครอบครัว เพราะมีลูกชาย 2 คน ที่เก็บเอาไว้เผื่ออนาคตของเขา

โดยปกติพวกตนไม่ได้ใช้เงินฟุ่มเฟือย แม้จะถูกรางวัลได้เงินจำนวนมาก แต่ก็จะรู้จักใช้จ่ายเงินในการดำเนินชีวิตและใช้ชีวิตด้วยกันต่อไป เพราะเราต่างก็ร่วมทุกข์ร่วมสุขก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาด้วยกัน ตั้งแต่เป็นลูกจ้างอู่ซ่อมรถ กระทั่งได้เช่าร้านทำกิจการของตัวเองในวันนี้

กู้ศรัทธา! “กัปตันเจ๋ง” พร้อมบู๊ “กว่างโซ้ง” สั่งลูกทีมใส่เต็มเหนี่ยว

 

ความเคลื่อนไหวของทัพนักเตะ “ค้างคาวไฟ” สุโขทัย เอฟซี ที่มีคิวเปิดสนาม ทะเลหลวง ทำศึกดาร์บี้แมตท์ภาคเหนือ ต้อนรับการมาเยือนของ “กว่างโซ้งมหาภัย” เชียงรายยูไนเต็ด” ในศึก โตโยต้าไทยลีก นัดที่ 12 ในวันพุธที่ 3 พฤษภาคม 2560 เวลา 17.45 น.

ล่าสุด ยุทธพงษ์ ศรีละคร กัปตันทีม สุโขทัย เอฟซี เปิดเผยว่า ตอนนี้สภาพร่างกายสมบูรณ์แล้ว ฟิตเต็มถังพร้อมลงสนาม การเจอกับเชียงราย ยูไนเต็ดที่เป็นทีมหัวตาราง ทางทีมงานและนักเตะได้ดูเทปการเล่นของพวกเขาแล้ว และกำลังหาแผนการเล่นในการรับมือ พวกเขามีแนวรุกบราซิลที่อันตราย แต่พวกเราจะทำทุกวิถีทางเพื่อหยุดพวกเขาให้ได้

“เราได้เล่นในบ้านต่อหน้าแฟนบอล กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญ ผมบอกกับน้องๆทุกคนในทีมว่าเราต้องทำให้เต็มที่ อย่าไปคิดถึงผลงานในอดีต เราต้องเอาบทเรียนที่เคยผิดพลาดมาแก้ไข ต้องสู้ให้สุดใจ พยายามพิสูจน์ตัวเอง เรียกศรัทธาจากแฟนบอลที่มีต่อเรากลับมาให้ได้ ทุกคนต้องช่วยกันเล่นตามแท็กติก ผมคิดว่าเราต้องสู้ก่อนถึงจะรู้ว่าสู้ได้หรือไม่ แต่ผมเชื่อว่าเราสู้ได้แบบไม่เป็นรองใคร” ยุทธพงษ์ กล่าว

“ผมเคยเป็นนักมวยมาก่อน ดังนั้นผมมีเลือดนักสู้อยู่ในตัวไม่กลัวใครอยู่แล้ว ผมอยากให้แฟนบอลเข้ามาร่วมกันเชียร์เราให้เต็มสนาม ข่มคู่ต่อสู้ให้ขวัญกระเจิง กำลังใจจากแฟนบอลเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ตอนนี้ทีมเรามีการเปลี่ยนแปลงต้องใช้เวลาให้ทีมลงตัว หากแฟนบอลอยู่เคียงข้างเรา นักเตะทุกคนสู้จนลืมตายแน่นอน” กัปตันเจ๋ง กล่าวย้ำ

สุดช็อก! “นายด่านนกใหญ่” ประสบอุบัติเหตุขับรถอัดท้ายรถ 6 ล้อ

 

“เจ้าคิว” ณัฐพงษ์ ขจรมาลี ผู้รักษาประตูของ ชัยนาท ฮอร์บิล สโมสรในศึก ฟุตบอล M-150 แชมเปี้ยนชิพ ประสบอุบัติเหตุขับรถเสียหลักชนท้ายรถ 6 ล้อ อย่างจัง แพทย์ต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 30 เมษายน ที่ผ่านมา

ร.ต.อ.สริพงษ์ อภิวัน ร้อยเวรสถานีตำรวจภูธง ปากคลองรังสิต ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์ชนท้ายรถ 6 ล้อ บนทางด่วนสาย บางปะอิน-ปากเกร็ด มุ่งหน้าสู่กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้บาดเจ็บติดอยู่ในซากรถเก๋ง จึงรีบรุดตรวจสอบก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลเป็นการเร่งด่วน

ด้านคู่กรณี นายสามารถ บุญมาเลิศ ผู้ขับรถ 6 ล้อ เผยว่า ตนจอดรถอยู่ช่องทางด้านขวา เพื่อซ่อมแซมไฟ มีกรวยจราจรวางกั้นอยู่ ก่อนถูกรถคันดังกล่าวชนเต็มแรง จึงประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้ามาช่วยเหลือ

ขณะที่ตำรวจต้องรอ “เจ้าคิว” ออกจากโรงพยาบาล จึงจะลงมือสอบปากคำ ค้นหาสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ ซึ่งล่าสุดเพจ “เฟสบุ๊ค” ของ ชัยนาทฯ ได้รายงานอาการบาดเจ็บเบื้องต้นคือ แขนหัก ต้องเช็คอาการที่คอ หลัง และสมอง อีกครั้ง และญาติกำลังจะย้ายตัวไปที่ รพ.สมิติเวช